ต้องการด่วน!แมนยูเดินหน้าเจรจาดึงมีน่าเสริมรับ

เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ ตีข่าว แมนฯ ยูไนเต็ด ลงทุนส่ง แม็ตต์ จัดจ์ หัวหน้าฝ่ายการเจรจาไปยัง สเปน เพื่อที่จะดึง เยร์รี่ มีน่า ปราการหลัง บาร์เซโลน่า มาเสริมแกร่งให้ได้ โดย “อาซูลกราน่า” ก็พร้อมจะปล่อยเขาออกจากทีมด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์

อนาคตของ มีน่า เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่เขาส่อแววว่าจะยังไม่ได้เป็นกำลังหลักในระยะยาวของทีม ถึงแม้จะเพิ่งย้ายมาซบ บาร์เซโลน่า เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา และทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับทีมชาติโคลอมเบียในศึก ฟุตบอลโลก 2018 ก็ตาม

ทั้งนี้ ทีมที่มีข่าวกับ มีน่า มากที่สุดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาคือ แมนฯ ยูไนเต็ด หลังจากที่ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ “ปีศาจแดง” ต้องการทำให้แนวหลังแข็งแกร่งขึ้น นอกจากนี้ ยอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก็ตัดใจจากการไล่ล่า แฮร์รี่ แม็คไกวร์ เซนเตอร์แบ็กคนเก่งของ เลสเตอร์ ซิตี้ แล้วด้วย

กระทั่งล่าสุด เดอะ ซัน ก็แฉว่า มูรินโญ่ ไฟเขียวให้ทีมเดินเครื่องล่า มีน่า แบบเต็มตัวแล้ว และทีมแชมป์ลีกสูงสุดของเมืองผู้ดี 20 สมัยก็ถึงขั้นส่ง จัดจ์ เดินทางไปเจรจาเรื่องค่าตัวด้วยตัวเอง โดยเขาจะเข้าพบกับ เฟลิเป้ รุสโซ่ เอเยนต์ของแข้งวัย 23 ปีด้วย

สื่อเจ้าเดิมเสริมว่า บาร์เซโลน่า พร้อมที่จะปล่อย มีน่า ออกจากทีมแล้ว โดยพวกเขายอมลดค่าตัวที่ตั้งเอาไว้จาก 44 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,980 ล้านบาท) เหลือ 35 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,575 ล้านบาท) แต่ก็ยังถือว่ายอดทีมแห่งแคว้นกาตาลุนย่าจะได้กำไรเกือบ 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,125 ล้านบาท) อยู่ดี หลังจากจ่ายเงินไป 10.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 472.5 ล้านบาท) เพื่อดึงเขามาจาก พัลไมรัส

เดอะ ซัน ระบุด้วยว่า มีน่า จะได้รับสัญญาระยะยาว พร้อมได้ค่าเหนื่อยราว 7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 315 ล้านบาท) ต่อปี

 

รายแรก!แมนยูประกาศทางการบรรลุข้อตกลงคว้าเฟร็ด

ถึงเวลาแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เฮกันบ้าง หลังบรรลุข้อตกลงคว้า เฟร็ด มิดฟิลด์แซมบ้า มาเสริมทัพเรียบร้อย ขณะที่รายต่อไปน่าจะเป็น ดีโอโก้ ดาล็อต แบ็กดาวรุ่ง ปอร์โต้


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศบรรลุข้อตกลงคว้าตัว เฟร็ด กองกลางทีมชาติบราซิล มาจาก ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค สโมสรในศึก ยูเครเนียน พรีเมียร์ลีก เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันอังคารที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา ด้วยค่าตัวราว 52 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,340 ล้านบาท)

มิดฟิลด์วัย 25 ปี ซึ่งย้ายจาก อินเตอร์นาซิอองนาล สโมสรในบ้านเกิดมาอยู่กับ ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค เมื่อปี 2013 ก่อนลงเล่นให้ทีมไปกว่า 150 นัด และทำได้ 14 ประตูนั้น มีข่าวว่าผ่านการตรวจร่างกายกับ “ปีศาจแดง” ที่ แคร์ริงตัน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะเซ็นสัญญาเป็นเวลา 4 ปี พร้อมเงื่อนไขสามารถต่อได้อีก 1 ปี

ทั้งนี้ เฟร็ด จะเป็นนักเตะที่ย้ายมาเข้าถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด คนแรกในช่วงเปิดตลาดซัมเมอร์นี้ ขณะที่รายต่อไปคาดว่าน่าจะเป็น ดีโอโก้ ดาล็อต แบ็กขวาดาวรุ่ง ปอร์โต้

มีคนหัวเน่า!แฉมูให้คำมั่นโด้มอบเบอร์7หวนซบแมนยู

สื่อกระทิงดุ ตีข่าวน่าตื่นเต้นโดยระบุว่า โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้คำมั่นสัญญากับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะมอบเสื้อเบอร์ 7 ให้ทันทีหากเจ้าตัวลา เรอัล มาดริด มาเล่นกับ “ผีแดง” ในช่วงเปิดตลาดพ่อค้าแข้งซัมเมอร์นี้


ดอน บาลอน สื่อชั้นนำในประเทศสเปน รายงานว่า โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้คำมั่นสัญญากับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะซูเปอร์สตาร์เรอัล มาดริด จะมอบเสื้อหมายเลข 7 ให้เขาหากเจ้าตัวเลือกย้ายกลับมาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในช่วงซัมเมอร์นี้

โรนัลโด้ โบกมือลา “ปีศาจแดง” ไปเล่นในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว เมื่อปี 2009 พร้อมกับค่าตัวเป็นสถิติโลกในเวลานั้น และปัจจุบันเขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกขณะที่เล่นให้ “ราชันชุดขาว” โดยซัดประตูไปเบาะๆ 450 ลูก จากการเล่นให้ เรอัล มาดริด 438 เกมและคว้าแชมป์มากมาย

อย่างไรก็ตาม กัปตันทีมชาติโปรตุเกส ตกเป็นข่าวลือมาตลอดว่ากำลังพิจารณาเรื่องแยกทางกับ เรอัลและได้หลุดปากเกี่ยวกับเรื่องอนาคตของเราหลังจากที่ช่วยต้นสังกัดปราบ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน

เรื่องนี้สอดคล้องกับรายงานของ ดอน บาลอน ที่ระบุว่าแมนฯ ยูไนเต็ด กับ เรอัล ได้เปิดฉากการเจรจาในเรื่องนี้แล้ว โดยเจ้าของโทรพี่หูกาง 13 สมัย มีแผนที่จะยกเครื่องขุมกำลังใหม่ในซัมเมอร์นี้ และ โรนัลโด้ ก็เป็นหนึ่งในแข่งที่พวกเขาพร้อมที่จะปล่อยตัวออกไป

จากรายงานยังระบุว่า สตาร์ลูกหนังเลือดฝอยทอง ต้องการเสื้อเบอร์ 7 กับการเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งเขาเคยใส่มาแล้วสมัยที่เล่นให้กับ “เร้ด เดวิลส์” ในช่วงแรก

ทั้งนี้มีการเปิดเผยว่า อเล็กซิส ซานเชซ เจ้าของเสื้อเบอร์นี้ในปัจจุบัน โดน มูรินโญ่ สั่งว่าเขาต้องยอมสละหมายเลข 7 ให้กับ โรนัลโด้ ซึ่งซัดไป 118 ประตูจากการเล่นให้ “ผีแดง” 292 แมตช์ หากเขาย้ายมาเล่นให้ แมนฯ ยูฯ หรือจะออกไปหาสโมสรใหม่

ใครได้ใครเสียประโยชน์? เมื่อ “เฟร็ด” เข้ามาในสวมเสื้อแมนยู

   แมนฯยูไนเต็ด ได้มิดฟิลด์เข้ามาเสริมทัพเป็นรายแรกหลังเซ็นสัญญาคว้าตัว เฟร็ด กองกลางจากชัคตาร์ โดเน็ตส์ค

ผีแดงคงต้องการเพิ่มมิติในแดนกลางมากยิ่งขึ้นหลังฤดูกาลที่ผ่านมาดูจะยังไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่ แต่การมาของ เฟร็ด น่าจะส่งผลกระทบต่อหลายคนพอสมควรทั้งตัวผู้เล่นและตำแหน่งผู้จัดการทีม มีใครที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์จากดีลนี้บ้างไปดูกัน

ฝั่งได้ประโยชน์


1.โชเซ่ มูรินโญ่ 
ฤดูกาลที่ผ่านมาแมนฯยูไนเต็ด ไม่มีโอกาสได้ใช้ไมเคิล คาร์ริค เนื่องจากได้รับบาดเจ็บจนต้องประกาศรีไทร์ไปในที่สุด การหาตัวแทนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การเข้ามาของเฟร็ด แดนกลางกลับมามีชีวิตชีวามากขึ้นเหมือนตอนคาร์ริคอยู่ในสนาม การครองบอลและการผ่านบอลของเขาน่าจะทำให้แฟนผีนึกถึงมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษได้เป็นอย่างดี

2.ปอล ป็อกบา
ช่วงซีซั่นที่ผ่านมา พอล สโคลล์ อดีตกองกลางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าการใช้ ปอล ป็อกบา ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้นคือต้องดันขึ้นไปเล่นเกมรุกแบบเต็มตัว การได้ เฟร็ด เข้ามานั้นน่าจะตอบโจทย์ตรงนี้เป็นอย่างดี เพราะกองกลางทีมชาติบราซิลเป็นมิดฟิลด์แบบวิ่งพล่านไปทั่วสนาม สามารถเล่นได้ทั้งเกมรุกและเกมรับ ดังนั้นมูรินโญ่อาจจะเล่นมิดฟิลด์ 3 ตัว โดยให้เฟร็ด คู่กับปอล ป็อกบา และคอยมีเนมานย่า มาติช เล่นเป็นกองกลางตัวงรับ คราวนี้ป็อกบาคงไม่ต้องกังวลถึงเกมรับอีกต่อไปเพราะมีมิดฟิลด์มาช่วยถึง 2 คน

3.ฟิล โจนส์
กองหลังทีมชาติอังกฤษ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในช่วงท้ายซีซั่นโดยเฉพาะนัดชิงชนะเลิศเอฟ คัพ ที่เจ้าตัวทำผิดพลาดจนถึงขั้นพลาดแชมป์ ในอดีตแมนยูมีผู้เล่นกองหลังอย่าง สตีฟ บรูซ และแกรี่ พัลลิสเตอร์ อยู่ในฟอร์มที่สุดยอดกันทั้งคู่ ส่วนหนึ่งเลยพวกเขาได้มิดฟิลด์ชั้นยอดอย่าง รอย คีน คอยสกรีนเกมรับก่อน แม้ เฟร็ด จะไม่ใช่นิว รอย คีน แต่ด้วยคาแรคเตอร์ในสนามและลักษณะการเล่น จะทำให้กองหลังของทีมเล่นง่ายมากขึ้น ซึ่งมันจะส่งผลดีกับความมั่นใจของฟิล โจนส์ เป็นอย่างมาก เฟร็ด น่าจะมีส่วนทำให้เกมรับของยูไนเต็ดแน่นขึ้น

ฝั่งเสียประโยชน์


1.สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์
แน่นอนการเข้ามาของเฟร็ด จะทำให้มีการแข่งขันในแดนกลางของแมนยูไนเต็ดสูงขึ้น ซึ่งมันย่อมส่งผลกระทบต่อดาวรุ่งวัย 21 ปีรายนี้ ที่แจ้งเกิดในซีซั่นล่าสุด แม็คโทมิเนย์ ต้องการลงเล่นมากขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพซึ่งซีซั่นที่จะถึงนี้อาจจะเเป็นการยากที่จะเบียดตัวจริงเมื่อเทียบกับชื่อชั้นของมิดฟิลด์รายอื่นๆ ดังนั้นมีอยู่สองทางคือต้องนั่งอดทนรอโอกาสหรือเจ้าตัวอาจย้ายทีมแบบยืมตัวเพื่อไปเก็บประสบการณ์ก่อน


2.มารูยาน เฟลไลนี่
เฟลไลนี่ ลงเล่นในสีเสื้อปีศาจแดง 155 นัดและทำประตูได้ 20 ประตูซึ่งในช่วงยุคของโชเซ่ มูรินโญ่ เขามักจะตกเป็นตัวสำรองบ่อยครั้ง ฤดูกาลนี้เขาออกสตาร์ทตัวจริงแค่ 5 นัด คงต้องถึงเวลาเจ้าตัวจะต้องอำลาปีศาจแดงจริงๆเสียแล้ว กองกลางทีมชาติเบลเยี่ยมมีข่าวเชื่อมโยงกับกาลาตาซาราย ทีมจากตุรกี ซึ่งการเซ็นสัญญาเฟร็ดเข้ามาก็น่าจะเป็นสัญญาณที่คาดว่าดีลของเฟลไลนี่ใกล้เสร็จสิ้นภายในเร็วๆนี้


3.แมนเชสเตอร์ ซิตี้
แฟนแมนฯซิตี้อาจจะไม่เห็นด้วยแต่ เฟร็ด เคยเป็นหนึ่งในนักเตะที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อยากได้และมีข่าวเชื่อมโยงว่าเขาจะย้ายมาในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยมหลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา เมื่อ เฟอร์นานดินโญ่ อายุปาไป 33 แล้วทำให้ เป๊ป เริ่มจะมองหาตัวแทนในระยะยาว และ เฟร็ด น่าจะเป็นคำตอบที่ดีเพราะสไตล์การเล่นแทบจะเหมือนกันแถมยังเป็นเพื่อนร่วมทีมชาติแซมบ้ากันอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ แมนฯยูไนเต็ด ฉกผู้เล่นที่เป็นเป้าหมายของเรือใบไปหลังเคยทำกับ อเล็กซิส ซานเชซ เมื่อกลางฤดูกาลที่ผ่านมา การตัดกำลังคู่แข่งน่าจะเป็นเรื่องที่แฟนผีแดงพอใจเป็นอย่างยิ่ง Janieparrish

จัดหนัก!แมนยูทุ่ม44ล.ปอนด์ล่าฮีซาย

      เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ ตีข่าว แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมจ่ายเงินเท่ากับค่าฉีกสัญญาของ เอลเซอิด ฮีซาย แบ็กขวา นาโปลี เพื่อดึงเขามาร่วมแกร่ง โดย ฮีซาย ทำผลงานได้โดดเด่นมาพักหนึ่งแล้ว

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมที่จะจ่ายเงินเท่ากับค่าฉีกสัญญาจำนวน 44 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,980 ล้านบาท) ของ เอลเซอิด ฮีซาย แบ็กขวาชาวแอลเบเนียของ นาโปลี เพื่อคว้าตัวเขามาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดี

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด กำหนดให้การคว้าแบ็กขวาตัวใหม่มาร่วมทีมเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของเขาสำหรับการเสริมทัพในตลาดซื้อ-ขายนักเตะ ช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะ อันโตนิโอ วาเลนเซีย จะมีอายุแตะหลัก 33 ปีในช่วงเดือนสิงหาคมนี้แล้ว และเขาก็ต้องจริงจังกับการหาแบ็กขวาตัวใหม่เพิ่มขึ้นไปอีกหลังจากที่ มัตเตโอ ดาร์เมียน ส่อแววว่าจะบอกลาทีมแล้วไปซบ ยูเวนตุส

ทั้งนี้ ฮีซาย ทำผลงานได้ดีตลอดช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมา โดยในซีซั่น 2017-18 เขาได้ลงเล่นในลีกไป 34 นัด จนเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ช่วยให้ นาโปลี เป็นอันดับสองของ กัลโช่ เซเรีย อา ในตอนนี้ ซึ่งฟอร์มดังกล่าวทำให้เขาได้รับการยกย่องจากหลายฝ่ายว่าเป็นหนี่งในแบ็กขวาที่เก่งที่สุดของทวีปยุโรปในปัจจุบัน holidayspalace.com