มันยังไม่จบ ! ผีแดง ไม่ยอมแพ้ ยื่นซื้อ แม็กไกวร์ สถิติโลก !

มีรายงานว่า​ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเตรียมยื่นข้อเสนอเพื่อขอซื้อ ​แฮร์รี แม็กไกวร์ ปราการหลังของ เลสเตอร์ ซิตี้ อีกรอบก่อนที่ตลาดซื้อขายจะปิดตัวลงในวันพฤหัสบดีนี้

Sky Sports ระบุว่า ปีศาจแดง พร้อมที่จะยื่นข้อเสนอทำลายสถิติโลกในตำแหน่งกองหลัง ซึ่งเจ้าของสถิติเดิมเป็น เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ของ ลิเวอร์พูล ซึ่งมีคาตัวอยู่ที่ 75 ล้านปอนด์

อย่างไรก็ตามแม้ว่า แม็กไกวร์ จะเป็นตัวเลือกอันดับแรกของ โชเซ มูรินโญ ก็ตาม แต่ทาง ยูไนเต็ด ก็พร้อมที่จะกลับไปล่าตัว โทบี้ อัลเดอร์เวเรลด์ เซนเตอร์แบ็คของ สเปอร์ส หากว่าทีม จิ้งจอกสยาม ปฏิเสธความพยายามของพวกเขา

เดอะฟ็อกซ์ อาจจะได้รับเงินมหาศาลหากพวกเขาตัดสินใจขายกองหลังทีมชาติ อังกฤษ ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นมาแล้วในฟุตบอลโลกที่รัสเซีย

นักเตะวัย 25 ปี ยังเหลือสัญญาอยู่กับทาง เลสเตอร์ อีก 4 ปี โดยพวกเขาเพิ่งจะทำเงินก้อนโตจากการขาย ริยาด มาห์เรซ ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ถึง 60 ล้านปอนด์ ซึ่งหมายความว่าข้อเสนอของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในการขอซื้อ แม็กไกวร์ ต้องอยู่ในระดับมหาศาลจนพวกเขาไม่สามารถปฏิเสธได้เช่นกัน

ไม่คู่ควรแชมป์! “เฮียมู” โวย เชลซี ดีแต่อุดทำทีมเจาะไม่เข้า

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อว่า เชลซี ไม่สมควรเป็นฝ่ายคว้าชัยในเกมนี้ หลังจากที่ “ปีศาจแดง” แพ้ “สิงห์บลูส์” 0-1 ในเกม เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ที่สนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม เมื่อวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

โดยประตูเดียวจาก “สิงห์บลูส์” เกิดจากลูกจุดโทษของ เอแดน อาซาร์ ในนาทีที่ 22 ถือว่าเพียงพอแล้วที่จะทำให้ เชลซี ผงาดคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาครองเป็นสมัยที่ 8 โดยแม้ตลอดทั้งเกม แมนฯ ยูไนเต็ด ครองบอลได้มากถึง 66% และมีโอกาสทำประตูถึง 18 ครั้ง ขณะที่ เชลซี มีแค่ 6 ครั้งก็ตาม

“ผมขอแสดงความยินดีกับพวกเขา เพราะพวกเขาได้แชมป์ แต่ผมไม่คิดว่า พวกเขาสมควรเป็นฝ่ายชนะในเกมนี้ ผมจำเป็นต้องมีน้ำใจนักกีฬา ไม่ใช่แค่เพราะพวกเขาเป็นทีมเก่าของผม แต่วันนี้พวกเขาคือทีมคู่แข่งของผม อย่างไรก็ตามผมไม่คิดว่าพวกเขาคู่ควรกับตำแหน่งแชมป์”

“ถ้าทีมของผมเล่นแบบที่ เชลซี เล่นในวันนี้ ผมคิดออกเลยว่า นักข่าวจะพูดถึงทีมผมอย่างไร มันเป็นเรื่องยากสำหรับเราที่เล่นโดยไม่มี โรเมลู ลูกากู ที่จะต้องดวลกับทีมที่ใช้ผู้เล่นถึงเก้าคนเล่นเกมรับ ทุกความพ่ายแพ้มันเจ็บปวดหมด แต่ผมจะกลับบ้านพร้อมกับความรู้สึกที่ว่า เราเต็มที่แล้ว ซึ่งไม่มีอะไรต้องเสียใจ” กุนซือชาวโปรตุกีส กล่าว  holidayspalace.com

ลูกากู ลั่น อิบรา คือคีย์แมนช่วย ผี โกยแต้มไล่จี้ เรือใบ

โรเมลู ลูกากู กองหน้าตัวแกร่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมากล่าวเตือนกองหลังคู่แข่งทุกทีมว่า จงระวังให้ดี เพราะเมื่อไหร่ที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กลับมาลงเล่นได้อีกครั้้ง นั่นคือเวลาที่ผีแดงจะแกร่งสุด ๆ

“พอได้รู้ว่า ซลาตัน ใกล้จะหายเจ็บกลับมาฟิตสมบูรณ์ มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้น คึกคัก อยากเล่นฟุตบอลจนเนื้อเต้น เพราะเขาคือนักเตะที่เก่งสุด ๆ ในทีมของเรา” ลูกากู กล่าว

“และหากมีคนอย่าง ซลาตัน อยู่ในแนวรุก บอกเลยว่าแนวรับฝ่ายตรงข้ามจะต้องเผชิญกับงานสุดโหดหิน เมื่อไหร่ที่พี่เขาลงเล่นได้นะ จะเป็นกุญแจสำคัญในการโกยแต้มไล่จี้ แมนฯ ซิตี้ แน่นอน”

อิบราฮิโมวิช ปัจจุบันอายุ 36 ปี แล้ว แต่เมื่อซีซั่นก่อนก็ยังสามารถยิงได้มากถึง 28 ลูกจากการลงเล่นทั้งหมด 48 เกมในทุกรายการ น่าเสียที่เจ็บเข่าจนพักยาวมาถึงตอนนี้

ฟอร์ลัน พูดถึงวันที่ กรีซมันน์ ต้องเลือกระหว่าง หมี กับ ผีแดง

ดิเอโก้ ฟอร์ลัน อดีตกองหน้าของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แอตเลติโก มาดริด ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า หากถึงวันที่ อองตวน กรีซมันน์ ต้องเลือกระหว่าง ปีศาจแดง กับ ตราหมี ต้องเป็นการตัดสินใจที่ยากสุดของชีวิตแน่นอน

“สำหรับคนเก่งอย่าง อองตวน กรีซมันน์ นั้นบอกเลยว่าเหมาะสำหรับทุกสโมสรบนโลกแหละ” ฟอร์ลัน กล่าว

“แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เองก็กำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกันในตอนนี้ พวกเขาได้ทำผลงานอันยอดเยี่ยมให้เราเห็นแล้วในศึกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้”

“แต่ถึงกระนั้นเรื่องการย้ายทีมก็ยังถือว่ายากอยู่ดี เพราะ กรีซมันน์ กำลังเล่นให้กับหนึ่งในสโมสรที่ดีที่สุดของยุโรป ซึ่งมีขุมกำลังและผู้จัดการทีมที่ยอดเยี่ยมอย่าง แอตเลติโก มาดริด”

“ผมไม่รู้เหมือนกันนะว่าอนาคตของ กรีซมันน์ จะออกมาเป็นอย่างไร แต่เชื่อเถอะว่าเมื่อถึงเวลาเลือกจริง ๆ มันจะต้องเป็นการตัดสินใจที่ยากสุดในชีวิตแน่ เพราะทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และ แอตฯ มาดริด ถือเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ ฉะนั้นผมจึงไม่กล้าเดา ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเขาเองล้วน ๆ”

“ลามะ” เผยตำแหน่งที่เคยเล่นตอนเด็กก่อนสุดท้ายจะย้ายมาเฝ้าเสาถาวร

ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเปิดเผยแล้วว่า ในอดีตก่อนที่เจ้าตัวจะหันมาจับตำแหน่งผู้รักษาประตูเป็นการถาวรนั้น เคยเล่นเป็นสไตรเกอร์มาก่อน

“ผมเคยเป็นกองหน้ามาก่อนนะ สมัยตอนเล่นในโรงเรียนฝึกสอนฟุตบอลที่มาดริด แต่ถึงกระนั้นก็สลับไปเรื่อยๆ ระหว่างสไตรเกอร์กับผู้รักษาประตู ซึ่งสุดท้ายท้ายแล้วผมก็รู้ตัวเองว่าตอนเรายืนเฝ้าเสา ความรู้สึกและผลงานมันดีกว่าชัดเจน” น้องเด กล่าว

เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้สื่อข่าวจึงได้ถามต่อว่า นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้มีสัญชาตญาณของกองหน้า จนเซฟสุดมหััศจรรย์ในเกมเสมอกับ ลิเวอร์พูล ได้ใช่ไหม?

“อ๋อ จังหวะนั้นผมว่ามันก็สัญชาติญาณล้วนๆจริงนั่นแหละ”

“บางครั้งร่างกายของเรามันก็กระตุกออกไปเองโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่เพราะคิดว่าจะทำ ซึ่งปฏิกริยาของผมก็คือการยื่นเท้า แต่อย่างที่บอกผมเคยเล่นในตำแหน่งที่ใช้แต่เท้ามาก่อนแถมยังทำผลงานได้ไม่เลวด้วยนะ”

เมอร์สัน สงสัยสถานะ ลูกากู ถ้า ซลาตัน กลับมา

โรเมลู ลูกากู จะไม่ได้อยู่ในสถานะที่แตะต้องไม่ได้อีกต่อไป หาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ฟิตสมบูรณ์ ตามความเห็นของ พอล เมอร์สัน กูรูชื่อดังของ สกาย สปอร์ต

โดย ลูกากู ได้มาร่วมทีม ปีศาจแดง ในช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมาด้วยค่าตัวถึง 75 ล้านปอนด์ และแม้เขาจะยิงได้ต่อเนื่องก็ยังโดนวิจารณ์บ้าง แต่ โชเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีมก็ออกมาป้องดาวยิงรายนี้อย่างเต็มที่พร้อมมอบสถานะ ‘ไม่อาจแตะต้องได้’ ในกรณีการเป็น 11 ตัวจริงด้วย

“ผมคิดว่าหาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กลับมาเขาจะไม่อยู่ในสถานะแตะต้องไม่ได้อีกต่อไป” เมอร์สัน กล่าว “มันเป็นเรื่องน่าสนใจว่า มูรินโญ และ ลูกากู จะรับมือยังไงเมื่อแฟนๆ เรียกร้องแต่ ซลาตัน”

“ลูกากู เป็นนักเตะที่มั่นใจมากๆ แต่คุณเองก็จำเป็นต้องโอ๋เขาไม่น้อยเช่ยกัน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ มูรินโญ ออกมายกสถานะ ‘แตะต้องไม่ได้’ ให้”

“แต่เมื่อ อิบราฮิโมวิช ฟิต เขาก็จะกลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่สำคัญสำหรับ มูรินโญ และแน่นอนว่ามันจะทับกับ ลูกากู อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

ตำนานสิงห์ชี้ ผี จะบุกคว้า 3 แต้มได้ที่ เดอะ บริดจ์

เรย์ วิลกินส์ อดีตแข้งในตำนานของ เชลซี ไม่เชื่อน้ำยา อันโตนิโอ คอนเต้ ว่าจะสามารถรับมือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในสุดสัปดาห์นี้ได้ แม้จะเล่นในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ของตัวเองก็ตาม

15

“ถ้า เอ็นโกโล ก็องเต้ ไม่ฟิต ผมรู้เลยว่า มูรินโญ จะส่งเอา มาต้า เข้าไปเจาะตรงตามตำแหน่งนั้นแน่ เพราะนี่คือสิ่งที่เห็นได้ชัดจากเกม เชลซี พ่าย โรมา ในศึก ชปล.” วิลกินส์ กล่าว

“และหากเป็นอย่างที่ว่าจริง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มีโอกาสสูงที่จะบุกไปเผา สแตมฟอร์ด บริดจ์ แล้วคว้าเอาสามคะแนนสำคัญกลับออกมาเหมือนกับที่ แมนฯ ซิตี้ เคยกระทำ”

“ผมมองว่า คอนเต้ ต้องตระหนักให้ได้โดยเร็วว่าทุกทีมสามารถบุกมาบ้านของเราแล้วมีโอกาสชนะกลับออกไปหมด เพราะทีมกำลังขาดความมั่นใจ นักเตะไม่สามารถเล่นได้อย่างสุดความสามารถของพวกเขาในแต่ละเกม”

“ฉะนั้นนี่จึงเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งผมเชื่อเหลือเกินว่าพวกเขาจะชนะ เชลซี ได้ในเกมสุดสัปดาห์นี้แน่”

มูรินโญ โอดแฟนผีแดง ไม่รัก ลูกากู เท่าที่ควร

โชเซ มูรินโญ กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาบ่นแฟนๆ ว่าไม่ได้ให้การสนับสนุน โรเมลู ลูกากู หัวหอกจอมถึกของทีมเท่าที่ควร

“แน่นอนว่าบางทีผมก็อยากได้รับคำอธิบายจากเหล่าแฟนๆ ว่าทำไมพวกเขาถึงไม่สนับสนุน ลูกากกู เท่าที่ควร” มูรินโญ กล่าวผ่าน MUTV

“เพราะเขาเองก็ได้ทุ่มเททุกสิ่งอย่างให้กับทีมและผมก็คิดว่าเขาได้รับการปฏิบัติที่ไม่แฟร์นักทั้งตอนที่ยิงประตูได้หรือไม่ได้ก็ตาม”

“มันไม่ใช่อะไรที่จะบอกว่ายุติธรรมได้ ดังนั้นผมจึงผิดหวังเล็กๆ แต่ไม่ใช่กับ ลูกากู นะ เพราะสำหรับเขาแล้วผมนั้นพอใจกับผลงานจริงๆ”

ขณะที่ผลงานโดยรวมของ ลูกากู ในฤดูกาลนี้ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรเมื่อเชาสามารถตะบันไปได้ถึง 7 ประตูบวกอีก 3 แอสซิสต์จากการลงสนามใน พรีเมียร์ลีก ทั้งสิ้น 10 นัดด้วยกัน

แฟน “ผีแดง” เตรียมเฮ “ป็อกบา” อาจคัมแบ็กเร็วกว่ากำหนด

ถือเป็นข่าวดีของถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อไม่ต้องรอถึง 2 เดือน หลังล่าสุดมีรายงานข่าวว่า พอล ป็อกบา กองกลางตัวเก่งของทีมวัย 24 ปี ใกล้กลับมาลงสนามให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้อีกครั้ง

หลังจากดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส หายหน้าหายตาไปตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ในเกมที่ต้นสังกัดเอาชนะ เอฟซี บาเซิ่ล 3-0 ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เดือนกันยายนที่ผ่านมา

โดยอาการบาดเจ็บของเจ้าของเสื้อเบอร์ 6 ในขณะนี้ดีวันดีคืน และอาจใช้เวลาพักฟื้นร่างกายอีกเพียงแค่ 14 วัน นั่นหมายความว่า ป็อกบา จะกลับมาลงสนามได้อีกครั้งในวันอังคารที่ 24 ตุลาคมนี้เลย

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

สารภาพแล้ว ! ใครกัน เป็นตัวการปาพิซซ่าใส่ ป๋ากี้ เมื่อปี 2004

ในที่สุดเราก้ได้รู้กันซักทีว่าใครกันที่เป็นคนปาพิซซ่าใส่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เมื่อครั้งยังเป็นผู้จัดการทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วงประมาณ10 กว่าปีที่แล้ว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะ อาร์เซนอล ไปได้ 2-0 ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด เกม พรีเมียร์ลีก เดือนตุลาคม ปี 2004 ซึ่งหยุดสถิติไม่แพ้ใครเอาไว้ที่ 49 เกม

ความตึงเครียดได้ไหลออกจากสนามไปยังอุโมงและห้องแต่งตัว มีการกระทบกระทั่งกันต่อบ้าง จนสุดท้ายก้ไปจบลงด้วยพิซซ่า ลอยเข้าไปหา เซอร์ อเล็กซ์

ท่านเซอร์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ทีหลังว่าไม่เห็นคนที่ปาพิซซ่ามา เห็นแต่เพียงว่ามาจากทางห้องแต่งตัวของ อาร์เซนอล แต่ทาง เชสก์ ฟาเบรกัส ก็ได้ตกเป็นคนต้องสงสัยเนื่องจาก แอชลีย์ โคล ได้บอกใบ้ว่าไม่ใช่นักเตะ อังกฤษ หรือ ฝรั่งเศส

7 ปี ต่อมา มาร์ติน คีโอว์น ก็ได้ออกมาบอกใบ้อีกครั้งชี้ไปทาง ฟาเบรกัส ว่าเป็นคนทำ แต่อย่างไรก็ตามในตอนนั้นยังไม่ได้มีการยืนยันจาปาปกของเจ้าตัวเลย

เมื่อกองกลาง เชลซี ถูกถามในรายการ A League Of Their Own ถึงกรณีที่ว่ามีส่วนร่วมกับ ‘Battle of the Buffet’ ครั้งนั้นหรือไม่ เจ้าตัวก็ตอบว่า “ใช่”

เขากล่าวเพิ่มว่า “มาร์ติน คีโอว์น โกหกแหละ เขาอยู่ข้างหน้าผมเหมือนกำลังจะหาเรื่องใครบางคน ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาไม่เห็นอะไรเลย”

“หลังจากที่ผมได้ยินเสียงดัง ผมคิดว่าต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นตอนนั้นแน่ ๆ เลยหยิบพิซซ่าออกไปชิ้นนึง เห็น มาร์ติน คีโอว์น, ริโอ เฟอร์ดินานด์ และ โซล แคมพ์เบล กำลังผลักกันอยู่”

“ตอนนั้นผมอยากจะเข้าไป แต่ไม่รู้จะทำไง ก็ได้แค่ขว้าง… ฟิ้ววววว ….. แค่ขว้างไปน่ะ มาเห็นอีกทีก็ตอนที่รู้ว่าใครโดนมันเข้าไปแหละ ผมไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ “

“ผมขอโทษ เซอร์ อ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ด้วยจริง ๆ ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้น”

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com