ซิว 9 แต้มเต็ม! “ซาลาห์” กดชัย ลิเวอร์พูล เฉือน ไบรท์ตัน 1-0 นำฝูง

การแข่งขัน ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ระหว่าง ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ ไบรท์ตัน เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม 2561

เปิดเกมมาเพียงแค่ 5 นาที เจ้าบ้านได้โอกาสก่อนทันที โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พาบอลขึ้นหน้าก่อนเปิดเข้ากลางให้ ซาดิโอ มาเน่ วิ่งมากดบอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 10 หงส์แดง เกือบได้ประตูออกนำอีกครั้ง แอนดี้ โรเบิร์ตสัน เปิดบอลโด่งไปที่เสาแรกให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ วิ่งโฉบมาโหม่งแต่ แมทธิว ไรอัน นายด่านทีมเยือนปัดได้อย่างเหลือเชื่อ

หลังครองเกมบุกอยู่นาน นาทีที่ 23 เจมส์ มิลเนอร์ แย่งบอลได้ก่อนไหลให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ จ่ายเร็วต่อให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ วิ่งมาแปด้วยซ้ายบอลพุ่งเสียบโคนเสาเข้าไป ลิเวอร์พูล นำ 1-0 พร้อมจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 48 ทีมเยือนได้ลุ้นตีเสมอ เกล็นน์ มาร์รี่ย์ ลากบอลเข้าเขตโทษก่อนไหลให้ อ็องโตนี่ น็อคการ์ท สับไกด้วยขวาหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 60 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เปิดบอลโค้งเข้าเขตโทษ โจ โกเมซ ได้โหม่งแต่บอลไปตรงตัว แมทธิว ไรอัน นายด่านทีมเยือนรับเข้าซองได้ไม่ยาก

นาทีที่ 89 ไบรท์ตัน เกือบได้ประตูตีเสมอ มาร์ติน มอนโตย่า เปิดจากฝั่งขวาไปให้ ปาสกาล โกรสส์ ได้โหม่งเน้นๆ บอลพุ่งจะเสียบเสาอยู่แล้ว แต่ อลิสซัน เบ็คเกอร์ พุ่งปัดออกหลังไปได้อย่างเหลือเชื่อ

จบเกม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเฉือนชนะ ไบรท์ตัน หวิว 1-0 เก็บชัยรวด 3 นัดติด แถมยังไม่เสียประตูให้ใคร พร้อมแซง แมนฯซิตี้ ขึ้นไปรั้งจ่าฝูงมี 9 คะแนน

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลิสซัน เบ็คเกอร์, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน, เจมส์ มิลเนอร์, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, นาบี เกอิต้า, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
ไบรท์ตัน (4-5-1) : แม็ทธิว ไรอัน, มาร์ติน มอนโตย่า, เลออน บาโลกุน, เชน ดัฟฟี่, กาเอต็อง บง, อองโตนี่ น็อคการ์ต, เดล สตีเฟ่นส์, ดาวี่ ปร็อปเปอร์, ซอลลี่ มาร์ช, อีฟส์ บิสซูม่า, เกล็นน์ มาร์รี่ย์
ผู้ตัดสิน : คริส คาวานอห์

ที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น

กัปตันแชมป์โลกงานเข้า! “โยริส” ถูกจับข้อหาดื่มแล้วขับ

อูโก้ โยริส นายด่านกัปตันทีม “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในข้อหาดื่มแล้วขับ ในคืนวันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม ก่อนเกมสำคัญดวลกับ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันจันทร์ที่ 27 สิงหาคมนี้

ตามรายงานเผยว่า เมื่อเวลา 02.20 น.ของคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา จอมหนึบทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์โลก 2018 ถูกจับกุมบริเวณ กลูเชสเตอร์เพลซ กรุงลอนดอน ก่อนจะถูกนำตัวไปฝากขังยังสถานีตำรวจ

ล่าสุดมือกาวชื่อดังได้รับการประกันตัวเรียบร้อย หลังถูกขังไป 7 ชั่วโมง โดยเจ้าตัวถูกสั่งให้มาขึ้นศาลในวันอังคารที่ 11 กันยายนนี้

บทความคาสิโน

ไปแล้วจ้า! “คลาวาน” เซ็นซบ กายารี่ ลุยศึกเซเรีย อา ถาวร

ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่ประจำศึกพรีเมียร์ลีก ตัดสินใจปล่อย รักนาร์ คลาวาน กองหลังชาวเอสโตเนียออกจากทีมแล้ว โดยเขาเลือกเซ็นสัญญากับทีมจากอิตาลี กายารี่ 2 ปีด้วยกัน

รักนาร์ คลาวาน ย้ายมาอยู่กับ ​ลิเวอร์พูล ในปี 2016 จาก เอาสก์บวร์ก ด้วย​ค่าตัว 4.2 ล้านปอนด์ โดยเข้ามาเพื่อแก้ปัญหากองหลังของ ลิเวอร์พูล แต่กลับไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้ เป็นแค่เพียงอะไหล่ของทีมเท่านั้นตลอด 2 ปีที่ผ่านมา

กองหลังกัปตันทีมชาติเอสโตเนีย ลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล ไป 53 นัด ยิงได้ 2 ประตู และมีส่วนร่วมกับการพา หงส์แดง จบในพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทั้ง 2 ฤดูกาล และมีส่วนในการพาทีมไปเล่นนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ เรอัล มาดริด อีกด้วย

กายารี่ ทีมใหม่ของ คลาวาน กำลังจะเปิดศึก เซเรีย อา นัดแรกในคืนวันอาทิตย์นี้ (วันจันทร์ตามเวลาประเทศไทย) โดยจะออกไปเยือน เอ็มโปลี

บทความคาสิโน

‘คลอปป์’ อาจเปลี่ยนตำแหน่ง ‘ฟาบินโญ’ คิดดีแล้วหรือ ?

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 18 ส.ค. ว่า เยอร์เกน คลอปป์ ผู้จัดการทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ไม่ปิดโอกาสที่จะปรับ ฟาบินโญ ดาวเตะทีมชาติบราซิล มาเล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟหากมีความจำเป็น

ลิเวอร์พูล เพิ่งปล่อยตัว รักนาร์ คลาวาน กองหลังทีมชาติเอสโตเนีย ไปร่วมทีมกายารีแบบสดๆร้อนๆ อย่างไรก็ตาม คลอปป์ ยืนยันว่าทีมมีตัวเลือกในกองหลังมากพอแล้ว จ โกเมซ ก็เล่นได้ ร่วมทั้ง ฟาบินโญ ที่ต้องเจอปัญหาในการแย่งตำแหน่งตัวจริงในแผงกองกลาง ก็เล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟได้เช่นกัน

“ผมไม่สงสัยเลยว่า โจ โกเมซ มีความสามารถที่จะเล่นตำแหน่งนั้น เขาแต่จำเป็นต้องใช้เวลา เขาเป็นนักฟุตบอลที่ดีมากเขาเล่นร่วมกับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ได้ดี โจเอล มาติป ก็กำลังจะกลับมาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะมีชื่ออยู่ในทีมวันจันทร์นี้ นอกจากนี้เรายังมี แมตต์ ฟิลลิปส์ และ ฟาบินโญ ที่สามารถเล่นในตำแหน่งนี้ได้เช่นกัน”

อย่าโทษมั่วซั่ว! “คล็อปป์” ป้อง “โค้ชประตู” หลังโดนแฟนบอลวิจารณ์

เยอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ของ ลิเวอร์พูล ออกมาปกป้องโค้ชผู้รักษาประตู ​จอห์น แอชเทอร์เบิร์ก หลังจากที่ถูกแฟนบอลบางส่วนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการทำงานว่า เขาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หงส์แดงมีปัญหาเรื่องนายทวารมาตลอด

เยอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ของ ลิเวอร์พูล ออกมาปกป้องโค้ชผู้รักษาประตู ​จอห์น แอชเทอร์เบิร์ก หลังจากที่ถูกแฟนบอลบางส่วนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการทำงานว่า เขาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หงส์แดงมีปัญหาเรื่องนายทวารมาตลอด ทำให้ทีมต้องทุ่มเงินเป็นสถิติโลกซื้อ อลิสซอน มือหนึ่งของโรม่า และทีมชาติบราซิล มาร่วมทีมเมื่อช่วงตลาดซื้อขายที่ผ่านมา

“มันไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปวิจารณ์เขาเลย” คล็อปป์กล่าวเริ่มต้น

“ก่อนอื่นต้องบอกว่า จอห์น เป็นพวกคลั่งไคล้ในตำแหน่งนายทวาร เขาทำงานกับมันมาตลอด มันง่ายมากที่จะวิจารณ์เขา โดยเฉพาะพวกที่ชอบเข้าผับแล้วคิดว่าตัวเองรู้เรื่องฟุตบอลซะเต็มประดา”

“แต่ถ้าคุณไปถามพวกเขาว่า ‘คนที่เป็นผู้รักษาประตูต้องทำอะไรบ้าง’ พวกเขาตอบอย่างอื่นไม่ได้นอกจากบอกว่า ‘รับบอลให้ได้’ แค่นั้น พวกเขาไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับเทคนิคของการเป็นนายประตู และเรื่องที่เกี่ยวข้องต่างๆอีกมากมายเลยด้วยซ้ำ”

“จอห์น คือคนแรกที่มาถึงออฟฟิศและกลับบ้านเป็นคนสุดท้าย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อผมมาถึงที่เมลวู้ดตอนเช้า เขาก็จะอยู่ที่นั่นเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับนั่งสำรวจฟอร์มผู้รักษาประตูจากทั่วโลกในแลปท็อป”

“เขาพยายามพัฒนาและเปลี่ยนโปรแกรมการฝึกซ้อมไปเรื่อยๆ รวมทั้งทำงานกับบรรดานักเตะอย่างสม่ำเสมอ สำหรับผมแล้วเขาเป็นโค้ชผู้รักษาประตูที่น่าทึ่งมาก” นายใหญ่ชาวเยอรมันกล่าว

แอชเทอร์เบิร์ก เข้ามาร่วมงานกับ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ปี 2009 และได้รับการเลื่อนขั้นให้ทำหน้าที่โค้ชผู้รักษาประตูทีมชุดใหญ่ในอีก 2 ปีต่อมา

บทความคาสิโน

มันยังไม่จบ ! ผีแดง ไม่ยอมแพ้ ยื่นซื้อ แม็กไกวร์ สถิติโลก !

มีรายงานว่า​ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเตรียมยื่นข้อเสนอเพื่อขอซื้อ ​แฮร์รี แม็กไกวร์ ปราการหลังของ เลสเตอร์ ซิตี้ อีกรอบก่อนที่ตลาดซื้อขายจะปิดตัวลงในวันพฤหัสบดีนี้

Sky Sports ระบุว่า ปีศาจแดง พร้อมที่จะยื่นข้อเสนอทำลายสถิติโลกในตำแหน่งกองหลัง ซึ่งเจ้าของสถิติเดิมเป็น เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ของ ลิเวอร์พูล ซึ่งมีคาตัวอยู่ที่ 75 ล้านปอนด์

อย่างไรก็ตามแม้ว่า แม็กไกวร์ จะเป็นตัวเลือกอันดับแรกของ โชเซ มูรินโญ ก็ตาม แต่ทาง ยูไนเต็ด ก็พร้อมที่จะกลับไปล่าตัว โทบี้ อัลเดอร์เวเรลด์ เซนเตอร์แบ็คของ สเปอร์ส หากว่าทีม จิ้งจอกสยาม ปฏิเสธความพยายามของพวกเขา

เดอะฟ็อกซ์ อาจจะได้รับเงินมหาศาลหากพวกเขาตัดสินใจขายกองหลังทีมชาติ อังกฤษ ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นมาแล้วในฟุตบอลโลกที่รัสเซีย

นักเตะวัย 25 ปี ยังเหลือสัญญาอยู่กับทาง เลสเตอร์ อีก 4 ปี โดยพวกเขาเพิ่งจะทำเงินก้อนโตจากการขาย ริยาด มาห์เรซ ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ถึง 60 ล้านปอนด์ ซึ่งหมายความว่าข้อเสนอของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในการขอซื้อ แม็กไกวร์ ต้องอยู่ในระดับมหาศาลจนพวกเขาไม่สามารถปฏิเสธได้เช่นกัน

ดราม่าท้ายเกม! “มาเน่” ซัดโทษพา หงส์แดง เชือด เรือใบ 2-1 ICC 2018

การแข่งขัน อินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ 2018
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปะทะ ลิเวอร์พูล
วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม 2561
สนาม : เม็ตไลฟ์ สเตเดี้ยม

     เกมนี้จะเป็นการแข่งขัน ไอซีซี 2018 เกมที่สองของทั้งคู่ หลังก่อนหน้านี้ต่างฝ่ายต่างพ่ายให้กับ ดอร์ทมุนด์ มาเหมือนกัน ​แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงขาดนักเตะตัวหลักที่ส่วนใหญ่ติดภารกิจรับใช้ชาติในฟุตบอลโลก 2018 นั่นทำให้พวกเขามีเพียง ริยาด มาห์เรซ กับ เคลาดิโอ บราโบ เท่านั้นที่เป็นกระดูกชิ้นใหญ่ ที่เหลือเป็นเพียงดาวรุ่งเท่านั้น

ส่วน ​ลิเวอร์พูล ได้กำลังหลักลับคืนมาบางส่วน และวันนี้ คล็อปป์ ก็ค่อนข้างเอาจริงพอสมควร จัดทีมชุดใหญ่ลงเกือบครบทุกตำแหน่ง แถมยังได้​ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ลับมานั่งที่ม้านั่งสำรองแล้วด้วย

10 นาทีแรกของเกมเป็นไปอย่างเชื่องช้า ทั้งสองฝ่ายได้โอกาสบุกแต่บอลสุดท้ายยังทำกันได้ไม่ดีพอ

นาทีที่ 12 แมนฯ ซิตี้ พลาดโอกาสขึ้นนำครั้งแรก จากจังหวะที่ มาห์เรซ พาบอลตะลุยขึ้นมาในแดน ลิเวอร์พูล ก่อนไหลให้ เอ็นเมชา ได้ยิงจังๆ บอลติดเซฟ คาริอุส กระดอนเข้าทางเขาอีกครั้ง เอ็นเมชา พยายามจะซ้ำประตูโล่งๆ แต่บอลแฉลบ ฟาบินโญ่ ออกหลังไปหวุดหวิด

นาทีที่ 19 โอกาสแรกของ ลิเวอร์พูล เป็นของไอ้หนูวัย 17 ปีที่ คล็อปป์ ดูพยายามจะปั้นในวันนี้ โจนส์ ลากตัดเข้าในก่อนได้โอกาสปั่น บอลตรงตัว บราโบ

นาทีที่ 31 โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ ได้โอกาสปั่นฟรีคิก บอลลอยข้ามคานออกไป

นาทีที่ 32 อดัม ลัลลานา ได้โอกาสยิงตามน้ำบริเวณเส้นเขตโทษ บอลเฉี่ยวเสาสองออกไปแบบได้ลุ้น

นาทีที่ 33 เคอร์ติส โจนส์ ได้โอกาสอีกครั้ง คราวนี้ได้โอกาสยิงแถวๆหัวกระโหลก แต่บอลก็ยังตรงตัว บราโบ

นาทีที่ 34 คล็อปป์ ถึงคราวเหวอ เมื่อ สเตอร์ริดจ์ ล้มลงไปแล้วโบกมือไปทางม้านั่งสำรองข้างสนามเหมือนจะขอให้เปลี่ยนตัว โชคดีที่เจ้าตัวแค่เรียกขอเทปพันแข้งเท่านั้น ไม่ใช่อาการเจ็บแต่อย่างใด

นาทีที่ 36 ฮัมฟรีย์ส แนวรับซิตี้ สกัดบอลไม่ดี ไวจ์นัลดุม ฉวยโอกาสยิงตามน้ำทันที แต่บอลลอยข้ามคานอกไปไม่ได้ลุ้น

นาทีที่ 39 โอกาสปั่นฟรีคิกของ มาห์เรซ ก็ยังไม่ผ่านมือ คาริอุส

นาทีที่ 42 โจนส์ โฉบโขกบริเวณกลางประตู บอลก็ยังไม่ตรงกรอบ

จบครึ่งแรกเกม ไอซีซี นัดที่สองของทั้งคู่ สกอร์เสมอกันอยู่ 0-0 เกมนี้ มาห์เรซ กับ ซินเชนโก้ คือคนที่เด่นสำหรับ แมนฯ ซิตี้ ส่วนเด็กๆของพวกเขายังต้องปรับจูนกันอีกนิดก่อนจะพร้อมขึ้นสู่เวทีใหญ่ ด้าน ลิเวอร์พูล ดูจะตั้งใจปั้น เคอร์ติส โจนส์ โดยเฉพาะในครึ่งแรก ซึ่งเจ้าหนูวัย 17 มีโอกาสบ่อยทีเดียว แต่ยังจบสกอร์ไม่ได้เท่านั้น

ครึ่งหลังต่างฝ่ายต่างมีการขยับ ลิเวอร์พูลเปลี่ยน 5 ราย ส่ง มาเน่ ลงสนาม ส่วน แมนฯ ซิตี้ ส่ง ซาเน่ เข้าสู้

นาทีที่ 48 หวุดหวิดจะมีประตูเกิดขึ้นจากจังหวะเขาปั๊มบอลของ มาเน่ ในกรอบเขตโทษ บอลกระดอนผ่าน ฮาร์ท ที่ลงมาแทน บราโบ ไปแล้ว แต่ การ์เซีย ยังเคลียร์ออกไปได้ก่อนบอลข้ามเส้นประตู

นาทีที่ 51 แมนฯ ซิตี้ น่าได้ประตูขึ้นนำสุดๆ จากจังหวะหลุดของ ลุค โบลตัน ทางด้านขวา ก่อนตัดเข้าในให้ เลรอย ซาเน่ ชาร์จจ่อๆ แต่นายทวารดาวรุ่ง คีวิน เคลเลเฮอร์ ยังเซฟไว้ได้

นาทีที่ 56 โซลันกี้ ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้สำเร็จ แต่ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นลูกล้ำหน้า

นาทีที่ 57 แมนฯ ซิตี้ ออกนำก่อน 1-0 จากจังหวะจ่ายทะลุช่องของ แบร์นาโด้ ซิลวา ให้กับ เลรอย ซาเน่ พาบอลสปีดหนี ฟาน ไดจ์ค ที่ไล่ไม่ทัน ก่อนปีกของซิตี้ จะส่งบอลผ่านมือ เคลเลเฮอร์ เข้าไป

นาทีที่ 59 ลุค โบลตัน ได้โอกาสยิงให้ฝั่งซิตี้ แต่บอลไม่ตรงกรอบ

นาทีที่ 62 ลิเวอร์พูล ต้องส่ง ซาล่าห์ ลงสนามมากู้เกม และเพียงไม่กี่วินาที เจ้าตัวก็ทำประตูสำเร็จจริงๆ จากการเปิดของ ราฟาเอล คามาโช่

นาทีที่ 67 ซาล่าห์ ได้โอกาสโขกอีกครั้งแต่ไม่ตรงกรอบ

นาทีที่ 68 ซาล่าห์ ได้โอกาสอีกครั้ง แต่บอลชนคานอย่างจัง บอลหลุดออกหลังไป

นาทีที่ 70 โซลันกี้ ได้โอกาสยิงบ้าง แต่บอลตรงตัว ฮาร์ท

นาทีที่ 73 แมนฯ ซิตี้ ถอด มาห์เรซ ไปพัก ส่ง ทอม เดลี่-บาชิรู ลงสนาม

นาทีที่ 74 มาร์โก้ กรูยิช ได้โอกาสบ้าง แต่บอลข้ามคานแบบไม่มีลุ้น

นาทีที่ 85 ซาล่าห์ เปิดไปเสาสองให้ มาเน่ ได้ลุ้น แต่เจ้าตัวดันเลือกส่งเข้ากลางซะอย่างนั้น บอลไม่เจอใครออกหลังไป

นาทีที่ 86 ซาล่าห์ จิ้มให้ โซลันกี้ ชิ่งต่อให้ มาเน่ หลุดเข้าไปแตะหลบ มาเน่ ได้แล้ว แต่กองหน้าจาก เซเนกัล แตะแรงไปหน่อย ตามไปยิงประตุโล่งๆไม่ทัน ได้แค่เข้าข้างตาข่ายเท่านั้น

นาทีที่ 90 ฮัมฟรีย์ส ช่วยให้ แมนฯ ซิตี้ ยังไม่โดนขึ้นนำ เตะสกัดออกมาก่อนบอลข้ามเส้นอีกครั้ง

นาทีที่ 90+2 โซลันกี้ โดนเข้าจากข้างหลังโดย อดาราบิโอโย่ ลิเวอร์พูลได้ลูกโทษ

นาทีที่ 90+4 มาเน่ สังหารโทษไม่พลาด ลิเวอร์พูล ออกนำ 2-1 ท้ายเกม

แม้กระทั่งเกมกระชับมิตรก็ยังมีดราม่า 3 สำรองลงมาทำกันคนละประตู แต่เป็นสำรองของฝั่ง ลิเวอร์พูล ที่แม่นกว่า ช่วยให้พวกเขาเก็บชัยชนะนัดแรกศึกไอซีซี ปีนี้ แฟนบอล ซิตี้ น่าจะอุ่นใจได้บ้างจากฟอร์มของ มาห์เรซ, ซาเน่ และ ซิลวา ที่ทำผลงานได้ดี ในขณะที่ ลิเวอร์พูล นอกจากจะได้ ซาล่าห์ กับ มาเน่ กลับมาและดูเข้าที่เข้าทางแล้ว ดาวรุ่งอย่าง ราฟาเอล คามาโช่ และ เคอร์ติส โจนส์ ก็ทำได้ดีเช่นกัน

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้
บราโบ (45′) – ฮัมฟรีย์ส, การ์เซีย, เดนาแยร์ (45′), ซินเชนโก้ (45′) – โบลตัน (45′), โฟเด้น, ดิอาซ (45′), มาห์เรซ (73′), แฮร์ริสัน (45′) – เอ็นเมชา

ตัวสำรองที่ใช้
ฮาร์ท (45′), อดาราบิโอโย่ (45′), การ์เร่ (45′), โรเบิร์ตส์ (45′), เคลาดิโอ โกเมซ (45′), ซิลวา (45′), ซาเน่ (45′), ทอม เดลี-บาชิรู (73′)

ลิเวอร์พูล
คาริอุส (45′) – โจ โกเมซ (45′), ฟาน ไดจ์ค (62′), ไคลน์ (62′), โรเบิร์ตสัน (62′) – ฟาบินโญ่ (62′), มิลเนอร์ (62′), ไวจ์นัลดุม (45′) – โจนส์ (62′), ลัลลาน่า (45′), สเตอร์ริดจ์ (45′)

ตัวสำรองที่ใช้
เคลเลเฮอร์ (45′), คลาวาน (45′), วู้ดเบิร์น (45′), มาเน่ (45′), โซลันกี้ (45′), โมเรโน่ (62′), ฟิลิปป์ (62′), ชิริเบล่า (62′), คามาโช่ (62′), ซาล่าห์ (62′)

แฟนหงส์ยิ้มกริ่ม ! “เฟคีร์” หลั่งน้ำตานัดสุดท้าย สื่อคาดย้ายทีมแน่

นาบี เฟคีร์ กัปตันทีมลียง ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาทันที หลังจากลงเล่นนัดสุดท้ายในฤดูกาล พาต้นสังกัดเอาชนะ นีซไปได้ 3-2 เมื่อคืนที่ผ่านมา

 

 

นักเตะตัวรุกชาวฝรั่งเศส ทำประตูในฤดูกาลนี้ไป 22 ลูก และเป็นกำลังสำคัญในการเอาชนะ นีซ คว้าโควต้าพื้นที่ แชมเปี้ยนส์ลีก ให้กับ ลียง ได้สำเร็จในซีซันนี้

ท่ามกลางข่าวลือที่ว่า เขากำลังจะย้ายไป ​ลิเวอร์พูล ถึง 99% หลังจบฤดูกาล การหลั่งน้ำตาครั้งนี้ทำให้สื่อพากันตีข่าวว่า นี่อาจจะเป็นการอำลาทีมในนัดสุดท้ายก็เป็นได้
เมื่อถูกถามว่า เขากำลังบอกลาแฟนบอล ลียง หรือไม่ ดาวเตะวัย 24 ปี ตอบว่า “การอำลาเหรอ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“ผมได้ใช้เวลาในซีซันอันแสนวิเศษนี้กับบรรดานักเตะ แฟน ๆ และเหล่าสต๊าฟ เราปิดฤดูกาลได้สวยงามมาก”
“คุณต้องผ่านสิ่งเหล่านี้ไปให้ได้ มันคือเรื่องจริง ผมได้ให้ทุกอย่างกับ ลียง ไปหมดแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาที่จะต้องมองไปที่อนาคตกันบ้างแล้ว” เฟคีร์ กล่าว     familyhealingcntr.com

ถูกและดี! “2 ทีมพรีเมียร์ลีก” เปิดศึกแย่งลายเซ็นเพื่อน “ซาล่าห์”

    สองทีมดังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใจตรงกัน หลังจากตกเป็นข่าว โดยสื่อต่างแดนรายงานว่า “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ และ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

เปิดศึกแย่งลายเซ็น อาเหม็ด เฮกาซี่ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟพันธุ์แกร่งดีกรีทีมชาติอียิปต์ เพื่อนสนิทของ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ มาเป็นสมาชิกใหม่ หวังช่วยอุดรูรั่วในซีซั่นหน้า

โดย เลสเตอร์ หวังได้ปราการหลังวัย 27 ปีของเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ที่หล่นตกชั้นไปเล่นแชมเปี้ยนชิป มาเป็นตัวตายตัวแทน โรเบิร์ต ฮูธ ขณะที่ เวสต์แฮม เองหวังเซ็นแข้งแดนมัมมี่รายนี้ไปแทนที่ เจมส์ คอลลินส์ หรือไม่ก็ โชเซ่ ฟอนเต้ ส่วนตัวนักเตะเหลือสัญญากับต้นสังกัดถึงปี 2022 คาดมีค่าตัว 2.5 ล้านปอนด์

ไม่คู่ควรแชมป์! “เฮียมู” โวย เชลซี ดีแต่อุดทำทีมเจาะไม่เข้า

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อว่า เชลซี ไม่สมควรเป็นฝ่ายคว้าชัยในเกมนี้ หลังจากที่ “ปีศาจแดง” แพ้ “สิงห์บลูส์” 0-1 ในเกม เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ที่สนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม เมื่อวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

โดยประตูเดียวจาก “สิงห์บลูส์” เกิดจากลูกจุดโทษของ เอแดน อาซาร์ ในนาทีที่ 22 ถือว่าเพียงพอแล้วที่จะทำให้ เชลซี ผงาดคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาครองเป็นสมัยที่ 8 โดยแม้ตลอดทั้งเกม แมนฯ ยูไนเต็ด ครองบอลได้มากถึง 66% และมีโอกาสทำประตูถึง 18 ครั้ง ขณะที่ เชลซี มีแค่ 6 ครั้งก็ตาม

“ผมขอแสดงความยินดีกับพวกเขา เพราะพวกเขาได้แชมป์ แต่ผมไม่คิดว่า พวกเขาสมควรเป็นฝ่ายชนะในเกมนี้ ผมจำเป็นต้องมีน้ำใจนักกีฬา ไม่ใช่แค่เพราะพวกเขาเป็นทีมเก่าของผม แต่วันนี้พวกเขาคือทีมคู่แข่งของผม อย่างไรก็ตามผมไม่คิดว่าพวกเขาคู่ควรกับตำแหน่งแชมป์”

“ถ้าทีมของผมเล่นแบบที่ เชลซี เล่นในวันนี้ ผมคิดออกเลยว่า นักข่าวจะพูดถึงทีมผมอย่างไร มันเป็นเรื่องยากสำหรับเราที่เล่นโดยไม่มี โรเมลู ลูกากู ที่จะต้องดวลกับทีมที่ใช้ผู้เล่นถึงเก้าคนเล่นเกมรับ ทุกความพ่ายแพ้มันเจ็บปวดหมด แต่ผมจะกลับบ้านพร้อมกับความรู้สึกที่ว่า เราเต็มที่แล้ว ซึ่งไม่มีอะไรต้องเสียใจ” กุนซือชาวโปรตุกีส กล่าว  holidayspalace.com