ซิว 9 แต้มเต็ม! “ซาลาห์” กดชัย ลิเวอร์พูล เฉือน ไบรท์ตัน 1-0 นำฝูง

การแข่งขัน ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ระหว่าง ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ ไบรท์ตัน เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม 2561

เปิดเกมมาเพียงแค่ 5 นาที เจ้าบ้านได้โอกาสก่อนทันที โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พาบอลขึ้นหน้าก่อนเปิดเข้ากลางให้ ซาดิโอ มาเน่ วิ่งมากดบอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 10 หงส์แดง เกือบได้ประตูออกนำอีกครั้ง แอนดี้ โรเบิร์ตสัน เปิดบอลโด่งไปที่เสาแรกให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ วิ่งโฉบมาโหม่งแต่ แมทธิว ไรอัน นายด่านทีมเยือนปัดได้อย่างเหลือเชื่อ

หลังครองเกมบุกอยู่นาน นาทีที่ 23 เจมส์ มิลเนอร์ แย่งบอลได้ก่อนไหลให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ จ่ายเร็วต่อให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ วิ่งมาแปด้วยซ้ายบอลพุ่งเสียบโคนเสาเข้าไป ลิเวอร์พูล นำ 1-0 พร้อมจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 48 ทีมเยือนได้ลุ้นตีเสมอ เกล็นน์ มาร์รี่ย์ ลากบอลเข้าเขตโทษก่อนไหลให้ อ็องโตนี่ น็อคการ์ท สับไกด้วยขวาหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 60 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เปิดบอลโค้งเข้าเขตโทษ โจ โกเมซ ได้โหม่งแต่บอลไปตรงตัว แมทธิว ไรอัน นายด่านทีมเยือนรับเข้าซองได้ไม่ยาก

นาทีที่ 89 ไบรท์ตัน เกือบได้ประตูตีเสมอ มาร์ติน มอนโตย่า เปิดจากฝั่งขวาไปให้ ปาสกาล โกรสส์ ได้โหม่งเน้นๆ บอลพุ่งจะเสียบเสาอยู่แล้ว แต่ อลิสซัน เบ็คเกอร์ พุ่งปัดออกหลังไปได้อย่างเหลือเชื่อ

จบเกม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเฉือนชนะ ไบรท์ตัน หวิว 1-0 เก็บชัยรวด 3 นัดติด แถมยังไม่เสียประตูให้ใคร พร้อมแซง แมนฯซิตี้ ขึ้นไปรั้งจ่าฝูงมี 9 คะแนน

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลิสซัน เบ็คเกอร์, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน, เจมส์ มิลเนอร์, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, นาบี เกอิต้า, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
ไบรท์ตัน (4-5-1) : แม็ทธิว ไรอัน, มาร์ติน มอนโตย่า, เลออน บาโลกุน, เชน ดัฟฟี่, กาเอต็อง บง, อองโตนี่ น็อคการ์ต, เดล สตีเฟ่นส์, ดาวี่ ปร็อปเปอร์, ซอลลี่ มาร์ช, อีฟส์ บิสซูม่า, เกล็นน์ มาร์รี่ย์
ผู้ตัดสิน : คริส คาวานอห์

ที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น

เผยภาพในห้องพักบราซิล หลังต้องเล่นในสนามที่ประเทศโบลิเวีย

เกมฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ เมื่อเช้าตรู่ที่ผ่านมา ทีมชาติบราซิล ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม ทำได้เพียงบุกไปเสมอ โบลิเวีย 0-0

แต่สิ่งที่ฮือฮาคือ ภาพที่หลุดออกมาจากห้องพักนักกีฬาของทีมชาติบราซิล ที่มีทั้งเครื่องช่วยหายใจเต็มไปหมด

ทั้งนี้ เหตุผลและที่มาของภาพดังกล่าว ที่ประกอบไปด้วย อลิสสัน , อเล็กซ์ ซานโดร,เจา มิรันด้า , เปาลินโญ่, กาเบรียล เฆซุส, เนย์มาร์, ดาเนียล อัลเวส ที่เกิดขึ้นในสนาม “เอสตาดิโอ เอร์นานโด ซีเลส” ณ กรุง ลาปาซ นครหลวงของประเทศโบลิเวีย นั่นเป็นเพราะว่า สนามแห่งนี้ ตั้งอยู่บนที่ราบสูงโบลิเวีย ในทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งสถานที่ดังกล่าวมีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 3,577 เมตร

ซึ่งด้วยสภาพอากาศที่เบาบางเช่นนี้ ทำให้ระหว่างพักครึ่งเวลา และจบการแข่งขัน นักเตะทีมชาติบราซิล จึงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจทุกคน เพื่อเพิ่มออกซิเจนให้กับร่างกาย

สุดท้ายแม้จะทำได้แค่เสมอกับเจ้าถิ่นผลบอล 0-0 แต่ก็ไม่มีผลอะไร เนื่องจากทีมชาติบราซิลผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายที่ประเทศรัสเซีย ตั้งแต่หลายเดือนก่อนแล้ว

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

ผลบอล : คูตี้ คือใคร?!! หงส์แดง โหดเข้าเส้นเปิดรังยำใหญ่ อาร์เซน่อล 4-0 ยึดรองฝูง

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่บิ๊กแมตช์ ประจำค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคม 2560 เป็นการดวลกันระหว่าง ลิเวอร์พูล มีคิวเปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ก่อนจะจบเกมลงไปด้วยชัยชนะแบบขาดลอยของ “หงส์แดง” ไล่ถล่มลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ไปด้วยสกอร์ 4 ประตูต่อ 0

โดยรูปเกม ถือว่าทางฝั่ง “หงส์แดง” เป็นฝ่ายเร่งเครื่องไล่บีบเพรสซิ่ง อาร์เซน่อล จนตั้งเกมกันไม่ติดตั้งแต่เริ่มเสียงสัญญาณนกหวีดจากผู้ตัดสิน แถมยังมีโอกาสได้ลุ้นยิงหลายต่อหลายครั้งที่เกือบจะเป็นประตูขึ้นนำ จนกระทั่งเวลาเดินทางมาถึงนาที 17 โจ โกเมซ มีจังหวะเติมขึ้นมาเปิดให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ โขกเน้นๆส่งบอลผ่านมือ ปีเตอร์ เช็ก เข้าไปอย่างง่ายดาย

หลังจากโดนพังประตูขึ้นนำไปก่อน อาร์เซน่อล ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะสามารถต่อกรกับการเพรสซิ่งของ “หงส์แดง” ได้เลยแม้แต่นิดเดียว แถมยังมาโดนบวกสกอร์เพิ่มเป็น 2-0 ก่อนจบครึ่งแรกแค่ 5 นาที จากจังหวะ ซาดิโอ มาเน่ ใช้ความคล่องตัวหลบการสกัดของ ร็อบ โฮลดิง ก่อนจะยิงเล่นทางส่งบอลเข้าไปเสียบเสาสองได้อย่างสวยสดงดงาม ทำให้จบ 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายขึ้นนำ “ปืนใหญ่” อยู่ที่สกอร์ 2 ประตูต่อ 0

ช่วงครึ่งหลัง แม้ว่า อาร์แซน เวนเกอร์ จะพยายามเปลี่ยนตัวผู้เล่นเพื่อปรับระบบการยืนของตัวนักเตะ แต่ก็ยังไม่สามารถต่อกรกับความฟิตของลูกทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ โดนเฉพาะการไล่เพรสซิ่งได้สำเร็จ แถมยังมาโดนโจมตีจากความเร็วของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ตัดบอลจาก เอ็คตอร์ เบเญริน ก่อนจะหลุดเดี่ยวไปเลือกมุมยิงช่วยให้ “หงส์แดง” ทำประตูทิ้งห่างออกไปเป็น 3-0 (นาที 57) เท่านั้นยังไม่พอ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง ยังมาโขกพังตาข่ายเป็นประตูสุดท้ายของเกมนี้ (นาที 77) จากลูกเปิดของ ซาลาห์ ทำให้ท้ายที่สุดจบ 90 นาที ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายเปิดสนาม แอนฟิลด์ เอาชนะ อาร์เซน่อล ไปอย่างขาดลอยด้วยสกอร์ 4 ประตูต่อ 0

ขอบคุณที่มา : sport.mthai.com