รุ่งแน่นอน ! เดโฟ มั่นใจ แรชฟอร์ด จะเก่งเทียบชั้น กุน ได้ในอนาคต

เจอร์แมน เดโฟ ยอดสไตรเกอร์ ชาวอังกฤษ กล่าวแสดงความชื่นชมต่อ มาร์คัส แรชฟอร์ด ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่ามีโอกาสก้าวขึ้นไปเก่งเทียบเท่า เซร์คิโอ อเกวโร จาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ในอนาคตเลยทีเดียว

“มาร์คัส แรชฟอร์ด เป็นนักเตะที่น่าเหลือเชื่อมาก ผมว่าความสามารถแฝงของเขานั้นคงจะไร้ที่สิ้นสุดราวกับท้องฟ้าเลยทีเดียว” เดโฟ กล่าวชม

“ผมสังเกตเห็นได้เลยนะว่าก่อนเกมการแข่งขันจะเริ่มขึ้น เขามักดูนิ่งและผ่อนคลายแบบสุด ๆ จากนั้นก็ลงไปช่วยสร้างสรรค์เกมรุกอย่างมีประสิทธิภาพ และรอดูได้เลย เด็กมันจะยิงได้ 20-25 ประตูต่อฤดูกาลแน่”

“ส่วนจะก้าวไปเก่งเทียบเท่ากับพวกแข้งระดับ เซร์คิโอ อเกวโร ได้ไหมนั้น ก็ต้องยอมรับว่าได้แน่ แต่อันดับแรกสุด เขาต้องยิงให้ได้ 20 ลูกต่อซีซั่นก่อน”

“อย่างไรก็ตาม ตอนนี้คุณคงเห็นกันแล้วว่าเขาเริ่มยิงได้และมีความมั่นใจสูงขึ้น”

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

อยากไปก็ไป! “บาร์นส์” ชี้ทีมไม่จำเป็นต้องรั้ง “ชาน” ไว้ถ้าเด็กไม่มีใจ

จอห์น บาร์นส์ อดีตปีกผู้เป็นตำนานของลิเวอร์พูล แนะนำทีมรักของตัวเองว่าหาก เอมเร่ ชาน ไม่ต้องการต่อสัญญาใหม่ ก็ปล่อยให้ย้ายออกไปแบบฟรีๆได้เลยไม่ต้องเสียดาย

“ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ เอมเร่ ชาน ว่าจะต่อสัญญาใหม่ออกไปหรือไม่” บาร์นส์ กล่าว

“ผมได้ฟังความเห็นที่แตกออกเป็นสองฝั่งเช่น รีบยื่นข้อเสนอให้เขาพิจารณาโดยด่วน กับปล่อยให้ ชาน ไปอยู่ เรอัล มาดริด หรือ บาร์เซโลน่า เลยดีกว่า”

“บอกตรงๆ อย่างหลังนี่แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะสองทีมนั้นเขาไม่ได้อยากซื้อเจ้าหนุ่มคนนี้ไปอยู่ด้วย”

“ครั้งหนึ่ง เอ็มเร่ ชาน ดูเหมือนจะไม่ดีพอสำหรับทีมอย่าง ลิเวอร์พูล ซึ่งมันก็ส่งผลให้ตอนนี้มีคนยังพูดอยู่ว่า เราควรจะเก็บเขาเอาไว้จริงๆน่ะหรือ? แต่สำหรับผมนะ ทีมต้องการรักษาคนที่อยากอยู่ที่นี่ต่อไปเท่านั้นก็พอ”

“ฉะนั้นถ้าหากเขาตัดสินใจจะย้ายทีมออกไปแล้วล่ะก็ ไม่มีทางที่จะได้อยู่กับสโมสรที่ใหญ่กว่า ลิเวอร์พูล อีกแล้ว เชื่อผม”

“และถ้า ชาน ไม่อยากต่อสัญญาใหม่แล้วปล่อยให้ตัวเองย้ายทีมได้ฟรี เราเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าสูญเสียผู้เล่นคนสำคัญออกไปเลยแม้แต่น้อยด้วยซ้ำ”

“ลิเวอร์พูล ไม่มีความจำเป็นต้องยอมจ่ายเงินสูงๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของคนที่ไม่มีใจ”

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

ใครก็ได้! “เด เกอา” ลั่น “ปีศาจแดง” กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจสุดขีด

ดาบิด เด เกอา ผู้รักษาประตูมือหนึ่งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อชื่อดังว่าตัวเขาและเพื่อนๆทุกคนในทีมกำลังอยู่ในช่วงที่มีความมั่นใจแบบขีดสุด อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ปีศาจแดง ยังไม่แพ้ใครเลยในพรีเมียร์ลีกโดยชนะ 6 เสมอ 1 โดยล่าสุดเพิ่งถล่ม คริสตัล พาเลซ ไปแบบขาดลอยที่ 4-0 รวมถึง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่กำลังเป็นไปได้สวยและถูกยกให้เป็นเต็งแชมป์อันดับต้นๆ

“นี่แค่ช่วงเริ่มต้น เรามีเกมเยี่ยมๆแล้วหลายนัด เราสร้างโอกาสได้เพียบ ยิงได้เยอะ และเราต้องรักษาระดับนี้เอาไว้” เด เกอา กล่าว

“ตอนนี้ทีมกำลังมีความมั่นใจเหลือล้นและมันง่ายมากเมื่อคุณพกความมั่นใจลงไปในสนาม เราต้องพยายามเอาชนะไปเรื่อยๆ เล่นให้ดีแล้วก็ยิงให้ได้เยอะๆ”

“ผมรู้สึกดีมากๆเลยนะ ผมมั่นใจ มีความแข็งแกร่ง ผมซ้อมหนักทุกวันและมันย่อมเป็นเรื่องดีเมื่อได้ยินจากผู้คนที่ยกย่องว่าผมเป็นหนึ่งในสุดยอดผู้รักษาประตู”

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

ต้องกล้าโกอินเตอร์! “ชนาธิป” ชี้แข้งไทยต้องทำเพื่อพัฒนาลูกหนังไทย

“เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ กองกลางจากสโมสรเอสซีจี เมืองทองยูไนเต็ด สโมสรในศึกโตโยต้า ไทยลีก ได้ย้ายมาเล่นให้กับสโมสรคอนซาโดเล่ ซัปโปโร ทีมระดับเจลีก ด้วยสัญญายืมตัวเป็นระยะเวลา 1 ปีครึ่ง

พร้อมทั้งโชว์ความสามารถจนเป็นที่ยอมรับจากผลงานในสนามด้วยสถิติลงสนามเป็นตัวจริงติดต่อกัน 9 เกม รวมไปถึงชีวิตนอกสนามที่ยังคงได้รับความสนใจจากสื่อในประเทศญี่ปุ่น และ การเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับผลิตภัณฑ์สินค้าต่าง ๆ มากมาย

ทำให้มีรายงานว่าในฤดูกาล 2018 ตลาดซื้อขายฟุตบอลในญี่ปุ่น พร้อมอ้าแขนรับนักเตะไทย ให้มาค้าแข้ง เนื่องจากเป็นผลดีต่อทั้งสองลีก

มิดฟิลด์ทีมชาติไทย ได้กล่าวถึงประเด็นข่าวที่มีนักเตะในเมืองไทย ได้รับความสนใจจากประเทศญี่ปุ่นหลายราย ซึ่งตนเองเห็นด้วย หากนักเตะไทยจะเดินทางมาค้าแข้งในประเทศญี่ปุ่น หรือลีกไหนในต่างประเทศก็ได้ ที่มีความแข็งแกร่งกว่าลีกไทย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อการพัฒนาไปด้วยกันทั้งหมด

“ถ้าอยากให้ฟุตบอลไทย ไปได้ไกลกว่านี้ นักเตะไทยต้องกล้าออกไปค้าแข้งต่างประเทศให้ได้เยอะที่สุด ด้วยความเป็นมืออาชีพของลีกญี่ปุ่น รวมถึงนักเตะมีความแข็งแกร่ง จะช่วยยกระดับฟุตบอลไทยได้แน่ หรือเป็นลีกไหนก็ได้ที่เป็นต่างประเทศ ที่มีระดับสูงกว่าลีกไทย ถ้ามีโอกาส ต้องออกนอกประเทศ”

“หากคนไหน มีโอกาส ให้ออกมาครับ ลองมาเจอโลกด้วยตัวเอง อยู่ไทย สบายอยู่แล้ว ทุกคนอาจมีจุดอิ่มตัว แต่การอยู่ต่างประเทศไม่มีใครมาช่วยเรา เราต้องดูแลตัวเอง ถ้าบอลไทยอยากพัฒนากว่านี้ ต้องช่วยกันผลักดันให้นักบอลไทยไปต่างประเทศเยอะ ๆ”

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

สุดปลื้ม! “สุพจน์ จดจำ” ดาวยิงกระบี่สู่แข้งหน้าใหม่ทีมชาติไทย

“บอย” สุพจน์ จดจำ กองหน้าของทีมกระบี่ เอฟซี ในศึกเอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ หรือไทยลีก 2 สุดปลื้มหลังมีชื่อติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ เป็นครั้งแรก และเปิดเผยผู้อยู่เบื้องหลังของการมีชื่อติดทัพ “ช้างศึก” ในครั้งนี้

โดย มิโลวาน ราเยวัช กุนซือทีมชาติไทย ได้ประกาศรายชื่อ 25 ขุนพลทีมชาติไทย ชุดเตรียมลงอุ่นเครื่องตามปฏิทินฟีฟ่า เดย์ บุกไปเยือนทีมชาติเมียนมา ในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ ออกมาแล้ว ซึ่งปรากฎว่ามีชื่อของ “เจ้าบอย” สุพจน์ จดจำ หัวหอกวัย 27 ปี ที่ทำผลงานได้อย่างร้อนแรง เมื่อยิงไป 23 ประตู นำเป็นดาวซัลโวสูงสุด ในศึกเอ็ม -150 แชมเปี้ยนชิพ หรือไทยลีก 2 ร่วมกับ โจนาธาน เฟอร์ไรร่า กองหน้าของทีม ม.เกษตรศาสตร์ อยู่ในขณะนี้

ซึ่ง กองหน้า ป้ายแดงของทีมชาติไทย ได้กล่าวว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมีโอกาสที่จะลงรับใช้ทีมชาติไทย ผมไม่เคยติดทีมชาติไทยเลย ผมดีใจมากครับที่ทีมงานสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติไทยเห็นผลงานของเรา”

“ผมต้องขอบคุณทีมงานสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติไทยทุกคน อย่างที่ทราบกันดีคือผมเล่นอยู่ในไทยลีกสอง ซึ่งการแข่งขันเรื่องตัวผู้เล่นและระบบต่างๆ นั้นสู้กับทีมในไทยลีกไม่ได้เลย เมื่อผมมีผลงาน ผมต้องขอขอบคุณเขาที่ให้โอกาสผมติดทีมชาติไทยชุดใหญ่”

“นอกจากนี้ผมต้องขอขอบคุณทีมกระบี่ เอฟซี ไม่ว่าจะเป็นธานประธานสโมสร, โค้ช และเพื่อนร่วมทีม ที่ไว้ใจผม เพราะในลีกบ้านเรานั้นส่วนใหญ่จะใช้กองหน้าเป็นชาวต่างชาติและกระบี่ ให้ผมเล่นกองหน้าด้วย ทำให้สร้างความมั่นใจให้กับผมได้ทำงานงานที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ครับ”

“ส่วนเป้าหมายในทีมชาติไทยนั้น ก็ต้องไปดูก่อนครับว่าเราจะมีโอกาสได้ลงสนามมากน้อยเพียงใด แต่ตอนนี้ก็ดีใจสุดๆ แล้วครับ เพราะเป้าหมายเราคือการมีโอกาสได้ติดทีมชาติไทยสุดท้ายก็อยู่ที่จังหวะและโอกาสที่ได้รับในการลงสนามในแต่ละแมตช์ ซึ่งผมอยากจะช่วยทีมให้ไปข้างหน้ามากที่สุด”

“อยากฝากถึงแฟนบอลชาวไทยทุกคน ช่วยให้กำลังใจตัวผม และพี่ๆ นักเตะทีมชาติไทย ด้วยนะครับ”

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

มันจี้ใจ ! ริโอ สับ 2 กองหลัง หงส์แดง ที่ไม่เก่งพอสำหรับทีมชุดนี้

ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตปราการหลังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาวิเคราะห์ถึงแนวรับของ ลิเวอร์พูล ว่าที่แย่เพราะ เดยัน ลอฟเรน กับ อัลแบร์โต โมเรโน นั้นยังไม่เก่งพอ

“ผมคิดว่า เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค จะสามารถเติมเติม ลิเวอร์พูล ชุดนี้ได้อย่างที่ไม่มีใครคาดถึง” ริโอ กล่าว

“หากได้มาเขาจะถูกส่งลงสนามในฐานะผู้เล่นตัวจริงบนตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คเคียงข้างกับ โจเอล มาติป จนกลายเป็นสุดยอดคู่หูกันในท้ายที่สุด”

“เพราะอะไร ? ก็ เดยัน ลอฟเรน ไม่เก่งเพียงพอไงล่ะ เพราะนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ ลิเวอร์พูล เขาทำพลาดโจ่งแจ้งจนโดนยิงมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว”

“อัลแบร์โต โมเรโน เองก็เป็นอีกคนที่ไม่เก่งพอสำหรับทีม”

“โอเค ตอนขึ้นเกมบุกอาจจะดูดี แต่ปัญหาคือตอนตั้งรับ ซึ่งเราต้องการเห็นเขาเล่นแบบไม่พลาดในฐานะกองหลังสักคนหนึ่ง แต่กลับทำไม่เคยได้เลย”

“ฉะนั้นหากแก้สองจุดสองคนที่ผมบอกไปได้ล่ะก็ ลิเวอร์พูล จะไม่มีอะไรต้องติดขัดอีกเลย”

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

อย่ามองข้าม ! ตำนานปืน ชี้ แจ็ค เจ๋งกว่า ชากา, เอลเนนี, โกเกอแล็ง

ชาร์ลี นิโคลัส ตำนานนักเตะ อาร์เซนอล ชี้ว่า แจ็ค วิลเชียร์ นั้นดีกว่ากองกลางในทีมอย่าง กรานิท ซากา, ฟรองซิส โกเกอแล็ง และ โมฮัมเหม็ด เอลเนนี

“ไม่มีใครคิดว่าเขาจะสามารถกลับมาอยู่ในจุดเดิมแบบเมื่อ 4-5 ปีก่อนได้เพราะถูกอาการบาดเจ็บทำร้าย แต่ แจ็ค ก็เข้าใกล้มันได้หากยังคงทำงานหนัก” นิโคลาส กล่าว

“แต่ถ้าถามว่าเขาเป็นนักฟุตบอลที่ดีกว่า กรานิท ซากา ไหม? แน่นอน แถมยังเจ๋งกว่า โมฮัมเหม็ด เอลเนนี และ ฟรองซิส โกเกอแล็ง ด้วย”

“แม้แต่แฟน ท็อตแนม ยังรู้ว่า แจ็ค สุดยอดและต้องการที่จะกลับมาแค่ไหนและเขาเองก็มีความสามารถมากเกินกว่า อาร์เซนอล จะยอมยกธงขาวให้”

“เขาไป บอร์นมัธ เมื่อปีก่อนและได้ลงสนาม และแม้ท้ายที่สุดมันจะไม่สวยนักแต่ผมก็ชอบความพยายามของเขาและตอนนี้เราเองก็ควรจะเลือก แจ็ค ก่อน เอลเนนี และ โกเกอแล็ง”

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

ชาริล ชัปปุยส์: การติดทีมชาติไทยครั้งนี้ คือผลลัพธ์ของการทำงานหนักของผม

ชาริล ชัปปุยส์ กองกลางของ เอสซีจี เมืองทองฯ เผยว่า ตนเองตั้งตารอคอยที่จะร่วมงานกับ มิโลวาน ราเยวัช เฮดโค้ชทีมชาติไทย หลังคัมแบ็คกลับมาติดทีมชาติไทยอีกครั้ง

โดยเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2560 มิโลวาน ราเยวัช กุนซือทีมชาติไทย ได้ประกาศ 24 รายชื่อนักเตะทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ที่จะลงอุ่นเครื่องกับทีมชาติ เมียนมา วันที่ 5 ตุลาคม และพบกับทีมชาติเคนยา ในวันที่ 8 ตุลาคมนี้

ซึ่งมีชื่อของ ชาริล ชัปปุยส์ กองกลางจากสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ติดอยู่ทีมชุดดังกล่าวด้วย ถือเป็นการกลับมาติดทีมชาติไทยในรอบ 191 วัน โดยครั้งสุดท้ายที่มิดฟิลด์ลูกครึ่งไทย-สวิตเซอร์แลนด์ ติดทัพ “ช้างศึก” คือเกมฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก รอบ 3 นัด ที่ ไทย บุกไปแพ้ ทีมชาติญี่ปุ่น 0-4 เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา

กองกลางสุดหล่อทีมชาติไทย ได้กล่าวว่า “ผมเองไม่ได้รู้จัก มิโลวาน ราเยวัช เป็นการส่วนตัว แต่การมีชื่อติดทีมชาติครั้งนี้ มันทำให้ผมมีความสุขมากๆ เพราะนั่นหมายความว่าที่ผ่านมาผมทำผลงานได้ดี จนได้กลับมาติดทีมชาติอีกครั้ง และมันทำให้ผมรู้สึกภูมิใจมาก”

ชัปปุยส์ กล่าวต่อไปว่า “มันก็เกือบหกเดือนแล้วนะที่ผมไม่ได้ติดทีมชาติไทย นับตั้งแต่เกมกับ ญี่ปุ่น ผมเข้าใจดีว่านี่เป็นวิถีของฟุตบอล และมันก็เป็นธรรมดาที่ผมจะรู้สึกเศร้าบ้าง เพราะการเล่นฟุตบอล เป้าหมายใหญ่สุดของทุกคนน่าจะเป็นการได้ติดทีมชาติชุดใหญ่”

“การย้ายมาเล่นกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด ผมเองตั้งเป้าหมายว่าผมจะได้กลับไปติดทีมชาติอีกครั้ง ที่ผ่านมาผมพยายามทำงานหนัก และนี่คือผลลัพธ์ แต่มันยังไม่จบแค่นั้นผมต้องสู้ต่อไป ผมยอมรับว่าผมมีความสุขมากกับการกลับมาติดทีมชาติไทยครั้งนี้ แม้ว่ามันจะเป็นแค่เกมอุ่นเครื่องก็ตาม”

“ผมต้องการแสดงให้เห็นว่าผมดีพอที่จะติดทีมชาติไทย และผมเชื่อมั่นว่าโค้ชจะเรียกศักยภาพที่ดีที่สุดของผมออกมาได้ ก้าวนี้อาจจะเป็นแค่ก้าวเล็กๆ ผมเองก็หวังลึกๆ ที่จะได้ลงสนามเป็นตัวจริง และแสดงฝีเท้าออกมาให้แฟนบอลชาวไทยเห็นอีกครั้ง”

“ผมไม่รู้ว่าทีมชาติไทยเมื่อหกเดือนก่อนกับตอนนี้แตกต่างอย่างไร ทีมชาติอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้ฝึกสอนและทีมงาน ผมเองก็ได้ฟังสิ่งที่เพื่อนร่วมทีมหลายคนบอก ตอนนี้ผมมองไปข้างหน้า และมารอดูกัน มันอาจจะเป็นเรื่องใหม่ๆ ผมเองก็จะพยายามปรับตัวเพื่อทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด”

สำหรับนักกีฬาฟุตบอลที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้ ให้เดินทางมารายงานตัวที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ในวันที่ 2 ตุลาคม 2560 เวลา 08.00 น. เพื่อบินไป เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศ เมียนมา และลงแข่งขันฟุตบอลนัดอุ่นเครื่องตามปฏิทินฟีฟ่า เดย์ พบทีมชาติเมียนมา ในวันที่ 5 ตุลาคม 2560 ที่สนามมัณฑะลาร์ ธีรี เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา เวลา 19.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่ง ไทยรัฐทีวี จะถ่ายทอดสดให้แฟนบอลชาวไทยได้รับชมด้วย

จากนั้นจะกลับจากประเทศเมียนมา วันที่ 6 ตุลาคม 2560 และจะลงอุ่นเครื่องพบกับทีมชาติเคนยา ในวันที่ 8 ตุลาคม 2560 ที่สนามเอสซีจี สเตเดียม เวลา 19.30 น. ไทยรัฐทีวี ถ่ายทอดสดให้แฟนบอลชาวไทยได้รับชมด้วย

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

มันแปลกดีนะ ! ตำนานประตูหงส์ สงสัย ทำไม คล็อปป์ ดร็อป มินนี่ เกมสำคัญ

เรย์ คลีเมนซ์ อดีตผู้รักษาประตูระดับตำนานแห่งทีม ลิเวอร์พูล ออกมาตั้งข้อสงสัยต่อ เจอร์เกน คล็อปป์ ว่า ตกลงจะเอายังไงกับตำแหน่งผู้รักษาประตูกันแน่ เพราะหากเป็นอย่างนี้ต่อไปคงจะไม่มีอะไรดีขึ้นมา

“ผมว่าสถานการณ์เกี่ยวผู้รักษาประตูของ ลิเวอร์พูล มันแปลก ๆ ไปสักหน่อย” คลีเมนซ์ กล่าว

“ซึ่งมันเกี่ยวกับการที่คุณมีมือหนึ่งที่เก่งไว้ใช้งานอยู่แล้ว และต้องการคนฝีมือดีเข้ามาเพิ่มอีก ฉะนั้นมันจึงเป็นเรื่องของการตัดสินใจ”

“สมมติว่าผมเป็นคู่เซ็นเตอร์แบ็ค ย่อมจำเป็นต้องรู้จักคนที่ยืนอยู่ข้างหลังตัวเองเป็นอย่างดี ว่าเขาจะช่วยอะไรเราได้มากน้อยแค่ไหน หรือเขาต้องการอะไรจากเราบ้างในแต่ละจังหวะ”

“ย้อนกลับไปในช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว มินโยเลต์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมมากถึงมากที่สุด”

“ปีนี้เริ่มต้นมาก็ถือว่าโอเคไม่น่าเกลียดอะไร และคุณลองคิดถึงใจเขาดูสิว่า เห้ย มีเกมยูฟา แชมเปียนส์ลีก อยู่แต่กลับไม่ได้ลงเล่นน่ะ”

“หาก คล็อปป์ ดร็อป มินโญเลต์ ในเกมคาราบาว คัพ ผมจะไม่แปลกใจเลย แต่นี่มันคือ ยูฟา แชมเปียนส์ลีก รายการใหญ่สุดที่นักฟุตบอลทุกคนต้องการลงเล่น”

“ผมได้ยินผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล พูดเอาไว้เมื่อ 4-5 สัปดาห์ก่อนว่า มินโญเลต์ คือนายทวารมือหนึ่ง แล้วทำไมพอลงเล่นบิ๊กเกมแล้วถึงไม่ส่งคนที่เก่งสุดในมือลงไปล่ะ”

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

มันทุกเม็ด ! มูรินโญ ชมประตูของ ลูกากู สุดสำคัญกับ ปีศาจแดง

โชเซ มูรินโญ กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาชื่นชม โรเมลู ลูกากู หัวหอกจอมถล่มประตูที่เพิ่งยิงไป 2 ลูกช่วยให้ทีมเอาชนะ ซีเอสเคเอ มอสโกว ไปแบบสบายๆ ผลบอลล่าสุด 4-1 ในศึก ยูฟ่าแชมเปียนลีก

“สถิติของ ลูกากู ดีมากๆ และเราเองก็รู้อยู่แล้วว่าเขาคือกองหน้าที่จะสามารถถล่มประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ” กุนซือชาวโปรตุกีสกล่าวหลังเกม

“ตอนนี้เขาได้มาเล่นเคียงข้างกับเหล่าบรรดาแข้งระดับคุณภาพแล้ว และผมก็ยอมรับเลยว่าแต่ละประตูของ ลูกากู นั้นมันสำคัญมากๆ เกือบทุกเกม และตอนนี้เราเองก็อยู่ในสถานการณ์ที่สุดยอดเลย”

“แต่สำหรับผมสิ่งที่สำคัญสุดก็คือหลังผ่านไปสองเกมเราก็สามารถเก็บได้ 6 คะแนนพร้อมมีสถานการณ์ใน ยูฟ่าแชมเปียนลีก ที่ดีมากๆ”

“ตอนนี้มันเหลืออีก 4 เกมให้ลงสนาม (รอบแบ่งกลุ่ม) และเราเองก็สามารถออกสตาร์ทได้อย่างสุดยอดมากๆ จนคิดว่าน่าจะสามารถผ่านมันไปได้แน่นอน”

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com