ตร.ลุยหาหลักฐาน หลังหนุ่มวัย 18 อ้างถูกคนร้ายอุ้มขึ้นรถ ก่อนฉกเงิน 8 หมื่นหนี

ตร.คันนายาวไล่เช็ก CCTV เพื่อหาหลักฐานล่าคนร้าย หลังหนุ่มวัย 18 อ้างถูกดักปล้นด้วยการอุ้มขึ้นรถ ระหว่างนำเงิน 8 หมื่นบาทไปฝากตู้เงินธนาคาร

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (31 ม.ค. 60) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คันนายาวได้เร่งเข้าตรวจสอบกล้องวงจรปิด และพยานหลักฐานใกล้เคียงเพื่อติดตามตัวกลุ่มคนร้ายอุ้มหนุ่มคนหนึ่งขึ้นรถยนต์ก่อนจะฉกเงินหนี ระหว่างที่ผู้เสียหายกำลังนำเงินเข้าตู้เอทีเอ็ม ที่บริเวณตลาดถนอมมิตร 88 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.

โดยการสืบสวนสอบสวนดังกล่าว สืบเนื่องจากกรณีที่ช่วงคืนที่ผ่านมา นายศราวุฒิ พึ่งประสพ อายุ 18 ปี ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ถูกคนร้ายแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 คน เดินมาประกบซ้ายและขวา ระหว่างที่ตนกำลังนำเงินเข้าตู้เอทีเอ็ม จากนั้นชายต้องสงสัยได้ถามที่มาของเงิน ก่อนจะพาตัวของตนไปขึ้นรถยนต์ที่จอดอยู่

เมื่อขึ้นไปบนรถกลับพบว่ามีชายอีก 2 คนนั่งอยู่ที่เบาะหน้า ส่วนตนนั่งอยู่เบาะหลัง โดยมีชาย 2 คนก่อนหน้านี้นั่งประกบ ก่อนที่ชายทั้ง 4 คนจะเริ่มสอบถามเรื่องเงิน พอตนไม่ตอบก็โดนต่อยเข้าที่ขมับขวาหนึ่งครั้ง ก่อนที่จะโดนกลุ่มชายดังกล่าวไล่ลงจากรถและยึดเงินสดของตนและขับรถหลบหนีมุ่งหน้าไปห้าแยกวัชรพล

ขณะที่ พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว เปิดเผยว่า จากการสอบสอบสวนนายศราวุฒิ เบื้องต้นให้การยืนยันว่าถูกคนร้าย 2 คน ชิงเงินสดจำนวนดังกล่าวไปจริง แต่ก็ยังมีจุดที่น่าสงสัยแปลกใจอยู่ เพราะสงสัยว่าทำไมนายศราวุฒิ จึงไม่ร้องขอให้ รปภ. ช่วย ทั้งๆ ที่อยู่บริเวณดังกล่าวหลายคน

ประกอบพนักงานสอบสวนได้สอบถามเจ้าหน้าที่ของธนาคารทราบว่าปกติแล้ว ตู้ฝากเงินจะให้บริการ 06.00 – 22.00 น. แต่ นายศราวุฒิ กลับอ้างว่าเปิดให้บริการตามปกติ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการสอบปากคำและสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

ท้าวเวสสุวรรณ รุ่นแรก วัดอรุณราชวราราม

เป็นเครื่องรางของขลัง ที่เห็นปุ๊บขลังทันที เพราะเป็น ท้าวเวสสุวรรณ รุ่นแรก ของ วัด อรุณราชวราราม

เปิดตัวมา ก็เกรียวกราว ถือว่าเป็นสุดยอด พระใหม่รับต้นปีไก่ เพราะสร้างจากตำนานยักษ์วัดแจ้ง และยังเป็นท้าวเวสสุวรรณ รุ่น 1 ทำให้นักสะสมทั้งไทยและต่างชาติ แห่บูชากันกระหน่ำ

วัตถุมงคล ท้าวเวสสุวรรณ ถือว่ามีพุทธคุณ ในทางคุ้มครองป้องกันสรรพภัยต่างๆ ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ช่วยป้องกันอันตราย ภูตผีต่างๆ เพราะเป็น เจ้าแห่งภูตผีปีศาจ และบันดาลความร่ำรวย โชคลาภเงินทอง

ในอดีต พระเกจิ และวัดต่างๆ เช่น เจ้าคุณศรี (สนธิ์) วัดสุทัศนฯ หลวงปู่หมุน หลวงพ่อเนื่อง นิยมสร้างท้าวเวสสุวรรณ ไว้บูชาติดตัว และประจำบ้าน เพื่อโชคลาภ วาสนา ชีวิตการงานและป้องกันผีปีศาจ คนไทยโบราณ จึงนิยมนำรูปยักษ์ผูกไว้ที่หัวเตียงเด็กเพื่อป้องกันวิญญาณชั่วร้ายไม่ให้มารบกวน–จึงถือว่าเป็นวัตถุมงคลหายากแห่งต้นปี ที่จะย้อนตำนานโบราณแบบนี้

ประกอบพิธีบวงสรวงใหญ่ต่อหน้ายักษ์วัดแจ้ง และอาราธนาเกจิทั่วไทยมาประกอบพิธีพุทธาภิเษกแบบโบราณ สวดมหาราช ภาณยักษ์ อย่างยิ่งใหญ่ ในพระอุโบสถ เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา

วัตถุมงคลสร้างน้อยมีจำนวนจำกัด ติดต่อสอบถาม วัดอรุณราชวราราม โทร. ๐๘-๖๓๓๘-๐๙๐๙, ๐๙-๘๒๕๙-๕๖๙๗ และ ๐๘-๔๐๐๗-๗๖๒๒ หรือไลน์ไอดี watarun123

ลากันด้วยเรื่องปิดท้าย สบายใจ ของครูเก่า ลุงดำ ซึ่งเกษียณมา ๕ ปี มาตอนหลังเงินบำนาญไม่ค่อยพอใช้ จึงคิดหารายได้เพิ่ม ด้วยการเอารถกระบะมาตกแต่งเป็นรถขายกาแฟ ตระเวนไปกับคาราวานเปิดท้ายขายของ แต่รายได้ไม่ค่อยดี เพราะเป็นกาแฟโบราณไม่มีแบรนด์ หนุ่มสาวไม่ค่อยนิยม

วันหนึ่งมีอาจารย์ที่สอนการตลาด มาซื้อกาแฟ ถามว่าขายดีไหม ลุงก็ตอบว่า พอขายได้แต่ไม่ค่อยดี จึงได้รับคำแนะนำว่า สมัยนี้จะมายืนขายเฉยๆไม่ได้ ลุงต้องมีการตลาดสร้างแบรนด์ (ยี่ห้อ) ให้สินค้า สร้างจุดเด่นเป็นเอกลักษณ์เพื่อดึงความสนใจ เช่นแต่งร้าน มีป้ายยี่ห้อ เจ้าของแต่งตัวสวย สารพัดจะทำ

พอ ลุงดำ บอกว่าไม่มีทุน อาจารย์ก็บอกว่าไม่ต้องใช้ทุน ใช้สมองคิดว่าลุงมีอะไรที่เก็บรักษาไว้ พอที่จะนำมาสร้างเป็นจุดเด่นเรียกความสนใจได้ ก็เอาของนั้นมาโชว์

พอฟังคำแนะนำ ลุงดำ ก็หยุดขายกาแฟไปคิดตั้งหลักอยู่หลายวัน แล้วกลับมาเปิดรถขายกาแฟอีก แต่เป็น นิว ดำ เพราะสร้างความแปลกตาด้วยป้ายชื่อ กาแฟลุงดำ ที่มีการลงยันต์ไว้ และ ลุงดำ ยังสร้างความฮือฮาด้วยการแต่งตัวชุดราชการครู แต่สวมทับด้วยเสื้อยันต์ รอบคอคล้องพระเครื่องนับร้อยองค์

ปรากฏว่าได้ผล คนเห็นก็สนใจ และขำ จึงมาอุดหนุนกาแฟ และขอแชะขอเซลฟี่ด้วย พวกคาราวานเปิดขายเลยแซวว่า มาครั้งนี้ลุงต้องเล่นของขลังช่วยเลยหรือ ลุงดำ ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ตอบว่า นี่คือแผน ทู อิน วัน เล่นของน่ะส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเป็นแผนการตลาด สร้างแบรนด์เห็นผลทันตา เพราะพวกเอ็งยังต้องมามุง ว่าแร้ว ลุงดำ ก็ประกาศแผนการตลาดขั้นสอง ว่ายิ่งเด็ดสะระตี่ เพราะต่อไปใครซื้อกาแฟ ให้ส่องพระฟรี

ศาลสั่งคุกชายชุดดำการ์ด นปช. 10 ปี ครอบครองระเบิด-ปืน ร่วมชุมนุมปี 53

ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีชายชุดดำ ครอบครองวัตถุระเบิด เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 ที่ แยกคอกวัว

เวลา 9.00 น. วันที่ 31 ม.ค. 2560 ที่ห้องพิจารณาคดี 801 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลได้นัดฟังคำพิพากษา ที่พนักงานอัยการ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายกิตติศักดิ์ หรืออ้วน สุ่มศรี , นายปรีชา หรือ ไก่เตี้ย อยู่เย็น ,นายรณฤทธิ์ หรือ นะ สุริชา , นายชำนาญ หรือเล็ก ภาคีฉาย และ นางปุณิกา หรืออร ชูศรี ในคดีร่วมกันครอบครองวัตถุระเบิด วงจรระเบิด และอาวุธปืนสงคราม เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 ที่ แยกคอกวัว

ทั้งนี้ ผู้ต้องหา 5 คน ได้ก่อเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ในวันที่ 10 เมษายน 2553 ที่แยกคอกวัว และถูกจับกุมได้เมื่อช่วงเดือนกันยายน 2557 และให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุในวันที่ 10 เมษายน 2553 แต่ต่อมาผู้ต้องหาทั้ง 5 ได้ให้ทนายความ นำหนังสือยืนยันว่า

ถูกบังคับและทำร้ายร่างกายในการสอบปากคำ และขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการ เพื่อพิจารณาสั่งไม่ฟ้อง แต่อย่างไรก็ตาม ต่อมาอัยการได้ฟ้องชายชุดดำทั้ง 5 คนต่อศาลอาญา ข้อหาร่วมกันมีและครอบครองอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ และข้อหาพาอาวุธไปในเมือง ร่วมกันก่อการร้าย เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.4022/2557

วันนี้ศาลจึงนัดจำเลยให้มาฟังพิพากษาดังกล่าว ซึ่งจากการพิเคราะห์จากพยานและหลักฐานของศาล ศาลจึงมีคำสั่งพิพากษา จำคุก 10 ปี นายกิตติศักดิ์ หรืออ้วน สุ่มศรี อายุ 50 ปี และ นายปรีชา หรือไก่เตี้ย อยู่เย็น อายุ 29 ปี 2 ชายชุดดำการ์ด นปช. ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 กรณี มี-ใช้ปืนเอ็ม79-อาก้า ยิงใส่ระหว่างสลายชุมนุมเสื้อแดงคอกวัว 10 เม.ย.53 ส่วนนายรณฤทธิ์ หรือนะ สุริชา อายุ 38 ปี , นายชำนาญ หรือเล็ก ภาคีฉาย อายุ 50 ปี และนางปุนิกา หรืออร ชูศรี จึงมีคำสั่งให้ยกฟ้อง เนื่องจากหลักฐานไม่ถึง จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย แต่ให้ขัง 3 คนที่ยกฟ้องระหว่างอุทธรณ์

ด้าน นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความจำเลย กล่าวภายหลังเข้าฟังคำพิพากษาว่า เบื้องต้น ผู้ต้องหา 2 คนที่ไม่ได้ยกฟ้อง ยังมีหลายประเด็นที่เป็นปัญหาข้อเท็จจริงอยู่ ซึ่งทางทนายจะต้องมีการโต้แย้งดุลพินิจของศาลในการรับฟังพยานและหลักฐาน ทั้งนี้ ศาลมองว่า รายละเอียดที่สู้ไป เป็นเรื่องปลีกย่อย แต่ทางเราเห็นว่าเป็นเรื่องสาระสำคัญในคดี ซึ่งอาจจะทำให้คดีมีผลเปลี่ยนแปลงได้

สำหรับกรณีที่ศาลยกฟ้องไป 3 คน ทางทนายจะใช้สิทธิ์ในการยื่นปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์แน่นอน โดยศาลอนุญาตให้ขยายอุทธรณ์ได้ 60 วัน ซึ่งในระหว่างนี้ ศาลจะพิจารณาว่าเรามีความตั้งใจที่จะต่อสู้คดีจนถึงที่สุด อาจเป็นเรื่องที่ศาลต้องใช้ดุลพินิจอีกทีว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณศาลที่พิจารณาหลักฐาน รวมถึงกระบวนการต่างๆ ในคดีดังกล่าวนี้

นายกฯ ชม ‘น้ำตาล ชลิตา’ ทำดีสุดเข้า 6 คน MissUniverse 2017

นายกรัฐมนตรี ยินดี “น้องน้ำตาล” เข้ารอบ 6 คนสุดท้ายนางงามจักรวาล ชี้ ทำดีที่สุดแล้ว เป็นความภูมิใจของคนไทย

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แสดงความยินดีกับ น.ส.ชลิตา ส่วนเสน่ห์ หรือ น้องน้ำตาล ตัวแทนสาวไทยที่สามารถเข้าถึงรอบ 6 คนสุดท้าย ในการประกวดนางงามจักรวาล Miss Universe ครั้งที่ 65 ซึ่งประชาชนได้ติดตามให้กำลังใจมาอย่างต่อเนื่องทั้งนี้

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า แม้จะไม่ได้สวมมงกุฎนางงามจักรวาล แต่เชื่อว่าน้องน้ำตาลเป็นที่หนึ่งในใจของคนไทยทุกคน โดยได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุดแล้ว และทำให้คนไทยภาคภูมิใจ พร้อมกันนี้ ยังได้ฝากขอบคุณที่ทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทย ไปเผยแพร่วัฒนธรรมอันงดงามโดดเด่นของไทยแก่ชาวโลก

ทั้งภาษาไทย สถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะชุดแต่งกายประจำชาติ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากชุดไทยพระราชนิยมศิวาลัย ใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ รวมทั้งการกล่าวถวายสดุดี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่าทรงเป็นผู้นำในดวงใจ ในการตอบคำถามของคณะกรรมการด้วย

ขนมไข่ ขนมไทยโบราณกรอบนุ่มทำง่ายกว่าที่คิด

วันหยุดชวนมาทำขนมไข่ ขนมไทยโบราณหาทานยาก เนื้อนุ่มฟู อร่อยชุ่มลิ้น ทำเยอะ ๆ เผื่อแจก น้ำใจงาม !

เมนูขนมไทยหาทานยากต้องมีชื่อขนมไข่ติดโผแน่นอน วันว่าง ๆ แบบนี้มาทำกินเองกันดีกว่าค่ะ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำขนมไข่ หรือ ขนมไข่มด ขนมไข่สูตรนี้ใช้แป้งเค้กทำให้ได้เนื้อขนมนุ่มฟู ด้านนอกก็กรอบ โปะลูกเกดเพิ่มความเก๋ก็ได้ กินอร่อยทั้งครอบครัว ชวนคุณแม่หรือพี่ป้าน้าอามาช่วยกันทำให้ครื้นเครงกันเลย

ส่วนผสม ขนมไข่

• แป้งเค้ก 90 กรัม
• ผงฟู 1/2 ช้อนชา
• ไข่ไก่ (เบอร์ 1) 3 ฟอง (อุณหภูมิห้อง)
• น้ำตาลทราย 100 กรัม
• กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
• น้ำมะนาว 1/2 ช้อนชา (หรือครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ช้อนชา)

วิธีทำขนมไข่

• 1. ร่อนแป้งกับผงฟูเข้าด้วยกัน 2 ครั้ง เตรียมไว้
• 2. ตีไข่ไก่ด้วยความเร็วสูงสุดจนขึ้นฟู
• 3. ค่อย ๆ ทยอยใส่น้ำตาลทรายลงไป ตีต่อเร็วสูงจนตั้งยอดอ่อน (เป็นรอยตะกร้อ) จากนั้นใส่น้ำมะนาวลงไปตีต่อให้เข้ากันอีกครั้ง
• 4. ค่อย ๆ แบ่งแป้งที่ร่อนไว้ลงไปคนตะล่อมเบา ๆ จนแป้งไม่เป็นเม็ด สุดท้ายเติมกลิ่นวานิลลาลงไปคนเบา ๆ ให้เข้ากันอีกครั้ง ตักส่วนผสมใส่ลงพิมพ์ประมาณ 3/4 พิมพ์
• 5. นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ใช้ไฟบน-ล่าง ประมาณ 15-20 นาทีจนขนมเป็นสีน้ำตาลและกรอบ นำออกจากเตา พักทิ้งไว้จนอุ่น นำออกจากพิมพ์ พร้อมเสิร์ฟ

เพื่อน ๆ จำได้ไหมคะว่ากินขนมไข่ครั้งสุดท้ายไปเมื่อไร แหม… พอพูดถึงก็อยากกินขึ้นมาเลยเนอะ ไปเช็ดถูเตาอบรอเลยค่ะ แล้วก็แต่งตัวไปจ่ายตลาดพร้อมกัน นี่ถ้ากินหลังอบใหม่ ๆ ฟินไปสามวันเลยค่ะ