บังกลาฯตะลึงภาพน้ำท่วมสีเลือด

     บีบีซีรายงานวันที่ 14 ก.ย. ว่า ชาวบ้านในกรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ พากันแชร์รูปน้ำท่วมสีเลือดบนท้องถนน มีชาวบ้านเดินลุยน้ำเลือดระดับข้อเท้า โดยเลือดมาจากสัตว์ที่ชาวบ้านเชือดเพื่อเป็นทานฉลองเทศกาลอิดอัฎฮา ผสมกับน้ำท่วมจากฝนมรสุม มีสัตว์ราว 100,000 ตัวถูกเชือดในปีนี้ ส่วนใหญ่เชือดบนท้องถนนหรือที่จอดรถชั้นใต้ดินในตึกที่พักอาศัย จนเป็นภาพที่น่าตื่นตะลึง

%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%af

     เทศกาลดังกล่าว เป็นการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ลำดับสองของชาวมุสลิมรองจากเทศกาลอิด อัล-ฟิตรี้ สัตว์ที่นำมาเชือดเป็นแพะกับวัว โดยนำเนื้อไปแบ่งปันระหว่างครอบครัว เพื่อน คนยากจน

     แต่ปีนี้ฝนตกหนักทำให้น้ำสีเลือดเพิ่มขึ้น รูปถูกแชร์ทางโซเชียลมีเดียพร้อมกับวิจารณ์การเชือดสัตว์ ส่วนฝ่ายที่สนับสนุนระบุว่าเป็นหน้าที่ต่อศาสนา รวมถึงช่วยในการดำรงชีพต่อคนเลี้ยงสัตว์ ซึ่งขายปศุสัตว์และเนื้อก็ไปแบ่งให้คนยากจน เรื่องถกเถียงนำไปสู่ประเด็นการจัดการของเสียของทางการ ซึ่งมีการจัดพื้นที่ให้ชาวบ้านเชือดสัตว์แล้วนั้น แต่ชาวบ้านระบุว่าไม่เพียงพอและเดินทางไปไม่ได้เพราะฝนตก

ลูกเขยรุ่นพ่อ บุกตามเมียสาว คว้ามีดฟันคอแม่ยาย-เมียโดนด้วยหัวแบะดับสุดสยอง อุ้มลูก3ขวบหนี

     ตำรวจตามรวบ สท.“ลูกเขย” บันดาลโทสะ คว้ามีดฟันคอแม่ยายดับคาบ้าน เมียสาวโดนฟันหัวแบะสยอง ดับสลดทั้งแม่ทั้งลูก ลูกเขยมือมีดอุ้มลูกน้อยเผ่นหนี ก่อนถูกจับดำเนินคดี ยอมรับลงมือฆ่าเอง

%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5

     เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 ก.ย. พ.ต.ท.สมนึก คำพีระ สารวัตรเวร สภ.ทากาศลำพูน ได้รับแจ้งว่า ที่บ้านหลังหนึ่ง บ้านดอยแต หมู่ที่ 1 ตำบลทาขุมเงิน อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน มีเหตุทำร้ายร่างกาย มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหต หลังรับแจ้ง ได้รายงานให้กับทางผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ต่อมาได้แจ้งให้ทางโรงพยาบาลอำเภอแม่ทา เดินทางไปด้วย

     ที่เกิดเหตุ พบเป็นบ้านชั้นเดียว และมีชาวบ้านมุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่พบมีดพร้าดายหญ้า ยาวประมาณเมตรครึ่งตกอยู่ในที่เกิดเหตุ และพบผู้เสียชีวิต 1 คน ทราบชื่อ คือ นางทิพย์ธิดา บุญมากาศ อายุ 51 ปี เจ้าของบ้าน ถูกของมีคมฟันเข้าบริเวณท้ายทอย กลางหลัง และตามลำตัวหลายแผล นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ ในมือยังถือโทรศัพท์

     ห่างจากศพของนางทิพย์ธิดา ประมาณ 10 เมตร พบผู้บาดเจ็บสาหัสเป็นหญิง ทราบชื่อ คือ นางทิพย์อาภร ปัญโญกิจ อายุ 23 ปี ลูกสาวของผู้ตาย ถูกของมีคมฟันเข้าบริเวณกลางหัวจนแบะเป็นแผลยาว นอนแน่นิ่งในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหมอของ รพ.แม่ทาลำพูน รีบนำตัวผู้บาดเจ็บไปรักษาอาการที่โรงพยาบาลแม่ทาอย่างเร่งด่วน

     ส่วนผู้ก่อเหตุ คือ นายสว่าง ปัญโญกิจ อายุ 50 ปี อยู่หมู่ 2 บ้านหนองสันมะนะ ตำบลนครเจดีย์ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน และเป็นสมาชิกสภาเทศบาลฯ หลังก่อเหตุ ได้อุ้มลูกวัย 3 ขวบ หลบหนี โดยใช้รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบียน กง 2407 เชียงใหม่ ขับไปทางอำเภอป่าซาง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของ สภ.ทากาศ ได้ไล่ติดตามเร่งล่าตัว

     ต่อมา พ.ต.อ.สุเทพ แก่นราช ผกก.สภ.ทากาศ , พ.ต.ท.ชัยทอง คำอ้าย รอง ผกก.สส.ฯ , พ.ต.ต.พิพัฒน์ ตุ้ยเจริญ สว.สส.ฯ ร.ต.ท.สุวลิต แข็งแรง รอง สว.สส.สภ.ทากาศ และกำลังชุดสืบสวน สภ.แม่ทา ได้ทำการติดตามจับกุมตัว นายสว่าง ปัญโญกิจ อายุ 50 ปี ได้ที่บ้าน ม.2 ต.นครเจดีย์ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน โดยขณะที่ผู้ต้องหาเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึง ได้อุ้มลูกน้อยเดินเข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยดี ไม่มีการต่อสู้ แต่ประการใด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา ส่งให้พนักงานสอบสวน

     พ.ต.อ.สุเทพ กล่าวว่า นายสว่างเป็นลูกเขยของนางทิพย์ธิดา โดยก่อนหน้านี้เกิดมีปากเสียงทะเลาะเบาะแว้งกัน ทั้งนี้เนื่องมาจากนางทิพย์ธิดาไม่พอใจนายสว่าง ซึ่งเป็นลูกเขย ที่มีอายุรุ่นพ่อของลูกสาว และได้ต่อว่าต่อขานกันเป็นประจำ จากนั้นนางทิพย์ธิดาจึงได้พาตัวลูกสาวของตัวเองกลับมาอาศัยอยู่ที่บ้านเกิดเหตุ บ้านดอยแต ม.1 ทำให้นายสว่างไม่พอใจเป็นอย่างมาก ที่มาพรากลูกพรากเมียของตนเอง จึงได้ตามไปเจรจาถึงที่บ้าน แต่ในระหว่างเจรจานั้น เกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จึงบันดาลโทสะคว้าอาวุธมีดพร้าที่วางอยู่บริเวณนั้นฟันแม่ยายและภรรยา จนได้รับบาดเจ็บ แต่นางทิพย์ธิดาทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตก่อน ต่อมาเวลา 13.50 น. นางทิพย์อาภร ลูกสาว ได้เสียชีวิตตามแม่ ขณะนำตัวไปรักษา ที่ รพ.ลำพูน

     จากการสอบปากคำ นายสว่าง ยอมรับว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “พยายามฆ่าผู้อื่น” โดยนายสว่างยอมรับตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎมายต่อไป

จับร้านอาหารริมอ่างยางชุมประจวบฯรุกป่าสงวน

     หลายฝ่ายสนธิกำลัง จับเจ้าของร้านอาหาร ริมอ่างเก็บน้ำยางชุม จ.ประจวบคีรีขันธ์ สร้างบุกรุกป่าสงวน

%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87

     นายชาตรี จันทร์วีระชัย นายอำเภอกุยบุรี ได้มอบหมายให้ นายภาณุ ชาญประโคน ปลัดมั่นคงอำเภอกุยบุรี ประสาน ร.ท.พุชงค์ วรเจริญ ทหาร มว.รส.ที่ 2 ให้ร่วมกับ นายยงยศ หล่อสุพรรณพร ชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร พร้อมเจ้าหน้าที่ป่าไม้ พื้นที่กุยบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 1453 เจ้าหน้าที่ชลประทานอ่างเก็บน้ำยางชุม เจ้าพนักงานที่ดิน และ ผู้ใหญ่บ้าน ม.8 ต.หาดขาม ร่วมกันตรวจสอบ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง บริเวณบ้านพุบอน ม.8 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำยางชุม ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี

     จากการตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ทางที่ดินแต่อย่างใด มีการสร้างสิ่งปลูกสร้าง 12 รายการ และอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ป่าไม้จึงได้รวบรวมข้อมูลเอกสาร ทำการตรวจวัดเนื้อที่ 3-0- 37 ไร่บริเวณดังกล่าวโดยมี นายอ้อม ชาวบ้าน หมู่ 6 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี แสดงตนเป็นเจ้าของ เบื้องต้นจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ พร้อมส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.ยางชุม เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

มวลน้ำก้อนใหญ่หลากท่วมอ.หล่มสักจ.เพชรบูรณ์

     อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ จมบาดาล หลังมวลน้ำก้อนใหญ่จากพื้นที่หล่มเก่าทะลักเข้าท่วม

%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1

     หลังจาก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ได้รับมวลน้ำก้อนใหญ่ มาจาก อ.หล่มเก่า พื้นที่ตอนบนของจังหวัด ทำให้กระแสน้ำในแม่น้ำป่าสัก เพิ่มสูงขึ้นและเริ่มเอ่อทะลักออกจากตลิ่ง เข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรซึ่งอาศัยอยู่บริเวณสองฝั่งริมแม่น้ำป่าสัก ภายในเขต ต.วัดป่า และเขตชุมชนเทศบาลเมืองหล่มสัก เช่น ชุมชนศรีสะอาด ชุมชนน้ำพุง ชุมชนห้วยไร่ ชุมชนสี่แยกวัดทุ่ง ชุมชนทุ่งจันทร์สมุทร ชุมชนท่ากกโพธิ์ โดยระดับน้ำมีความสูงราว 20-30 เซนติเมตร

     นอกจากนี้ ยังท่วมพื้นที่บริเวณหอนาฬิกา ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจชั้นในของ อ.หล่มสัก หรือ ถนนคนเดิน ก็เริ่มมีน้ำทะลักเข้าท่วมเช่นกัน โดยระดับน้ำยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เทศบาลหล่มสัก ต้องประกาศเตือนราษฎรให้เฝ้าระวังสถานการณ์เป็นระยะ

หนุ่มตกงาน จอดเก๋งวิ่งราวร้านทอง ซวยจัด รถถูกจร.ล็อคล้อ หนีไม่รอด

     เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 7 กันยายน ขณะที่ ร.ต.ต.พัสพนธ์ กิตติปรีชา รอง สว.จร.สภ.เมืองนนทบุรี ปฎิบัติหน้าที่อยู่ ได้รับแจ้งจาก น.ส.ปลื้มพร ลิ้มศรีสกุลวงศ์ ลูกสาวเจ้าของร้านทอง กระต่ายคู่

aaicplu

     ตั้งอยู่เลขที่ 15/9-10 ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี อยู่หน้าตลาดสดเทศบาลนนทบุรี ว่า ถูกคนร้ายวิ่งราวสร้อยคอทองคำ เมื่อไปถึงพบว่าเจ้าของร้านทองและชาวบ้านได้ช่วยกันจับกุมตัวคนร้ายไว้ได้ พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่โรงพัก ทราบชื่อ นายวราวุธ เพ็งจันทร์ดี อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 186 หมู่ 8 ต.องค์รักษ์ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี

     จากการสอบสวนนายวราวุธ ให้การรับสารภาพว่า เคยทำงานบริษัทแห่งหนึ่ง แต่ตกงานได้ 3 สัปดาห์ ไม่มีเงินใช้จ่าย และค้างส่งค่าวดรถ จึงตัดสินใจทำทีเข้าไปเลือกซื้อทอง ก่อนจะหยิบทองวิ่งหนีออกมาจากร้าน เพื่อที่จะมาขึ้นรถยนต์เก๋งยี่ห้อ ซูซูกิ รุ่นสวิฟท์ สีเทาดำ ทะเบียน 5กธ 3743 กรุงเทพมหานคร ที่จอดไว้ใกล้ๆกับร้านทอง

     แต่พอวิ่งออกมาก็พบว่าที่ล้อหน้าด้านซ้ายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรล็อคล้อไว้ ทำให้ขับหลบหนีไม่ได้ ตนจึงเข้าไปนั่งในรถยอมให้จับแต่โดยดี ตนรู้สึกเสียใจที่ทำลงไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ

     เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวส่ง ร.ต.ท.หญิงอทิตยา ภิบาล รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนนทบุรี ดำเนินคดีข้อหา วิ่งราวทรัพย์ผู้อื่น ต่อไป

ล็อกแก๊งปินส์คาสนามบิน ฉกสร้อยเพชรงานเมืองทอง

    ตำรวจท่องเที่ยว รวบตัว 5 ผู้ต้องหาชาวฟิลิปปินส์ได้คาสนามบินดอนเมือง หลังก่อเหตุฉกสร้อยเพชรมูลค่ากว่า 3 แสนบาท ไปจากงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair เมืองทองธานี แล้วเตรียมบินหนีออกนอกประเทศ

%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%99

     เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 7 ก.ย. ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว (ส.ทท.4กก.1บก.ทท.) ท่าอากาศยานดอนเมือง ที่ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. แถลงผลการจับกุมตัว นาย Chapolo Slorenz Velarde อายุ 65 ปี นาย Pien Nonoy Mulobuko อายุ 27 ปี นาย Ebueza Christian Carpio อายุ 27 ปี นาง Mallari Sosia Candelaria อายุ 56 ปี และ นาง Canoy Adoracion Carpio อายุ 58 ปี ทั้งหมดเป็นชาวฟิลิปปินส์ พร้อมของกลางเป็นสร้อยเพชร 1 เส้น มูลค่ากว่า 3 แสนบาท โดยจับกุมทั้งหมดได้บริเวณจุดจำหน่ายตั๋วเครื่องบิน สนามบินดอนเมือง ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 21.00 น. ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ที่มาออกร้านจำหน่ายเครื่องเพชร ภายในงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 58 ที่อิมแพค เมืองทองธานี ว่า ถูกคนร้ายขโมยสร้อยเพชรมูลค่ากว่า 3 แสนบาทไป เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. วันเดียวกัน ได้มีผู้ต้องหา 2 คน คือ นางCanoy Adoracion Carpio และ นาย Ebueza Christian Carpio สองแม่ลูก ทำทีมาซื้อเพชรและชวนพนักงานคุย ก่อนที่ลูกชายจะอาศัยจังหวะที่พนักงานเผลอ เอื้อมมือไปหยิบสร้อยเพชรที่อยู่ภายในตู้โชว์ก่อนจะหลบหนีไป

     พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อไปว่า ต่อมา ในเวลา 18.00 น. ทางร้านได้ทำการตรวจสต็อก ถึงเพิ่งทราบว่าสร้อยเพชรได้หายไป จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ก่อนที่จะมีการประสานมายังเจ้าหน้าที่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง เจ้าหน้าที่การท่าและตำรวจท่องเที่ยว จึงตรวจสอบจนพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย จำนวน 5 คน ที่มีลักษณะตรงตามกล้องวงจรปิด กำลังซื้อตั๋วเครื่องบินเพื่อกลับประเทศฟิลิปปินส์ จึงได้ขอเข้าตรวจสอบและพบของกลางเป็นสร้อยเพชร 1 เส้นซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าของคนร้าย จึงจับกุมตัวทั้งหมดไว้สอบสวน เบื้องต้นทราบว่าทั้งหมดเป็นชาวฟิลิปปินส์ เดินทางเข้ามาประเทศไทยเมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา และมีการจองตั๋วกลับไว้ก่อนแล้วในวันที่ 12 ก.ย. โดยทั้งหมดเดินทางเข้ามาพร้อมกัน แต่จากการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีคนไทยเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนประวัติการเดินทางเข้ามาในประเทศไทย หรือเคยก่อเหตุอาชญากรรมหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ทั้งนี้สำหรับผู้ต้องหาทั้งหมด ได้ส่งให้ทาง สภ.ปากเกร็ด รับไปดำเนินคดีต่อไป

สนั่นชายแดน ทหารเมียนมาเสริมกำลังถล่มกะเหรี่ยงดีเคบีเอกระเจิง

     กองกำลังบีจีเอฟของเมียนมา นำกำลังเสริมพร้อมอาวุธหนัก เข้าตีกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธก้าวหน้า บริเวณพื้นที่ห่างชายแดนไทย ด้าน อ.ท่าสองยาง ประมาณ 4 กิโลเมตร หลังถูกโจมตีไปเมื่อ 2 วันก่อน ทำให้กองกำลังกะเหรี่ยงต้องล่าถอยลงทางใต้

%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2

     ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2559 มีรายงานข่าวจากกองบัญชาการทหารกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่มีพันเอกพิเศษหม่องชิตตู่ เป็น ผบ.บก.ควบคุมพื้นที่ 3 กองกำลังบีจีเอฟ ได้สั่งการให้ ร.อ.ฉ่วยเซ ผบ.ร้อย อาวุธหนัก นำกำลังพร้อมอาวุธ ปรส.และปืน ค. ไปสนับสนุนกองกำลังบีจีเอฟ ที่ บก.ควบคุมที่ 1 บ้านใหม่จีงู อ.แลงปวย จ.ผาอัน ภายหลังที่ถูกกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธก้าวหน้า หรือ ดีเคบีเอ ที่มีพลจัตวาจ่อแต๊ะ เป็นผบ.โจมตีที่ตั้งต่างๆ บริเวณพื้นที่รับผิดชอบของ บก.ควบคุมพื้นที่ 1 ห่างชายแดนไทย ด้านอ.ท่าสองยาง ประมาณ 4 กิโลเมตร เมื่อสองวันก่อน ล่าสุดกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธก้าวหน้าถูกถล่มด้วยอาวุธหนักจนต้องล่าถอยไปทางทิศใต้แล้ว

     สืบพงษ์ นิ่มพูลสวัสดิ์ นายอำเภอท่าสองยาง และเจ้าหน้าที่ทหารพราน ตรวจชายแดนด้านบ้านแม่ตะวอ

     นอภ.ท่าสองยาง ยืนยันราษฎรไทยตามแนวชายแดนยังมีขวัญกำลังใจดี

     ในขณะที่ พันเอกกฤต พันธะสา ผู้บังคับหน่วยทหารพรานที่ 35 และพันเอกโสภณ นันทสุวรรณ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 รวมทั้งนายสืบพงษ์ นิ่มพูลสวัสดิ์ นายอำเภอท่าสองยาง มีการประชุมและเตรียมแผนเผชิญเหตุในการรองรับผู้อพยพหากมีการต่อสู้ลุกลามมาตามแนวชายแดนด้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก เบื้องต้นได้ออกเยี่ยมเยียนราษฎรไทยตามแนวชายแดน ทั้งนี้ขวัญและกำลังใจยังดีทุกคน

สุดเศร้า สาวพลัดตกสะพานแม่น้ำมูล แฟนหนุ่มโดดช่วยจมหายทั้งคู่

     (1 ก.ย.) เวลา 21.30 น. ร.ต.อ.บุญเทียม แสงภารา รอง สว. (สอบสวน) สภ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ พร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิศรีสะเกษสงเคราะห์ หน่วยกู้ภัยสว่างจิตศรีสะเกษธรรมสถาน และนักประดาน้ำ ออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ หลังจากได้รับแจ้งว่า มีคนจมน้ำที่สะพานข้ามลำน้ำมูล ด้านหลังที่ว่าการอำเภอราษีไศล

สุดเศร้า

     เบื้องต้นทราบว่าผู้ที่จมหายไปในน้ำ คือ นายต่อศักดิ์ ชบา อายุ 35 ปี ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในเทศบาลตำบลเมืองคง และแฟนสาวของนายต่อศักดิ์ ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง

     นายณัฐพล ศรีบาล อายุ 31 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่านายต่อศักดิ์มาหาปลาบนสะพาน ขณะนั้นเห็นหญิงสาวแฟนของนายต่อศักดิ์ กระโดดขึ้นนั่งบนขอบราวสะพาน แล้วเกิดพลาดหงายหลัง ตกลงไปในน้ำมูล เมื่อนายต่อศักดิ์เห็นแฟนตกน้ำ จึงกระโดดลงไปช่วย พยายามที่จะดึงแฟนของตัวเองเข้าฝั่ง แต่ลำน้ำกว้างเกินกำลังที่นายต่อศักดิ์จะพาแฟนกลับขึ้นมาได้ ลอยคออยู่ประมาณ 5 นาที ก่อนที่จะจมน้ำหายไปทั้งสองคน ตนจึงได้วิ่งไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ป้อมยามบริเวณสี่แยกหัวสะพาน เพื่อให้แจ้งเจ้าหน้าที่มาทำการช่วยเหลือ

หลวงพี่ดวงดี ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ตั้งใจสร้างบ้านให้โยมแม่

     (1 ก.ย.) เมื่อเวลา 19.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายไพฑูรย์ ผาสุก อายุ 57 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.ท่าจีน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ว่ามีพระลูกวัดชีผ้าขาวถูกหวยรางวัลที่ 1 จึงเดินทางมาตรวจสอบ

หลวงพี่ดวงดี ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ตั้งใจสร้างบ้านให้โยมแม่

     โดยได้พบพระประวิทย์ เตชพโล อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นพระที่ถูกรางวัล เผยว่า ตนบวชที่วัดแห่งนี้มาประมาณ10 พรรษาแล้ว โดยตนนั้นเป็นคนชอบเสี่ยงโชคและมักซื้อล๊อตเตอรี่เป็นประจำงวดละหลายคู่ แต่มาคราวนี้ก่อนที่จะถูกรางวัลตนได้ไปเสี่ยงโชคเขย่าติ้วขอเลขที่ต้นเจ้าแม่สักทองภายในวัด ก็ได้เลข 84 จึงคิดว่าจะซื้อเลข 784 เพราะครบ 7 รอบสมเด็จพระราชินีฯ

     ต่อมาก่อนที่หวยจะออกตนก็ได้ไปตลาดมหาชัยเพื่อไปซื้อของ โดยมีนายอมรศักดิ์ เชิญอักษร อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่เป็นคนขับรถไปให้ และเมื่อทำธุระเสร็จก็จะกลับวัดได้แวะซื้อลอตเตอรี่ที่แผงร้านค้าที่ตลาดมหาชัยโดยหาซื้อเลข 784 แต่ปรากฎว่าไม่มีแม่ค้าบอกมีเลข 684 ก็เลยเอามา 1 คู่ และซื้อเลขอื่นมาอีกรวม 5 คู่

     จนกระทั่งหวยออกตนก็จำได้ว่าเลขท้ายที่ตนซื้อมานั้นตรงกับเลขที่ออกรางวัลที่ 1 จึงนำสลากมาตรวจจนพบว่าถูกเลข 638684 ซึ่งเป็นเลขรางวัลที่ 1 เป็นจำนวนเงิน 6 ล้านบาท ทำให้ตนรู้สึกตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมากจึงได้มาลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ย่อยท่าฉลอม อ.เมืองสมุทรสาคร

     สำหรับเงินรางวัลที่ได้ตนจะนำไปสร้างบ้านใหม่ให้แม่ และเก็บฝากธนาคารไว้เป็นทุนการศึกษาให้บุตรรวมทั้งร่วมทำบุญในงานพระราชทานเพลิงศพให้กับพระครูโกวิทธรรมสาคร อดีตเจ้าอาวาสวัดชีผ้าขาว ในช่วงวันที่ 24-26 มี.ค.2560 อีกด้วย

พบสไปเดอร์แว้นจยย.ส่งส้มตำให้ลูกค้าเมืองพัทยา

     พบสไปเดอร์แว้น จยย.ส่งส้มตำให้ลูกค้าเมืองพัทยา ลูกค้าชอบยอดขายเพิ่ม คาดจะมีชุดซูเปอร์ฮีโร่อีกหลายชุดในอนาคต

พบสไปเดอร์แว้นจยย.ส่งส้มตำให้ลูกค้าเมืองพัทยา

     ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า พบสไปเดอร์แมนซิ่ง จยย.บริการส่งส้มตำให้แก่ลูกค้า ในพื้นที่เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่ร้านส้มตำที่ระบุ โดยพบว่า สไปเดอร์แมนคนดังกล่าว ทำงานอยู่ที่ร้านส้มตำไฮโซ ภาค 2 ตั้งอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 53/2 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยมี นางธนพร พรหมสิงห์ หรือ แม่จุ๋ม เป็นเจ้าของร้าน ส่วนสไปเดอร์แมนขาซิ่ง เป็นพนักงานบริการส่งส้มตำของทางร้าน ทราบชื่อ นายชำนาญ เพชรชู อายุ 38 ปี หรือ พี่แมน จากการสอบถามนางธนพร หรือ แม่จุ๋ม เผยว่า ร้านส้มตำไฮโซ ภาค 2 เปิดบริการมากว่า 9 ปีแล้ว แต่เพิ่งจะมีบริการเดลิเวอร์ลี่เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยมี นายชำนาญ หรือ พี่แมน เป็นพนักงานบริการส่งส้มตำให้แก่ลูกค้า ซึ่งจะมีนิสัยตลก เฮฮา และชอบแต่งตัวแปลกๆ แหวกแนวอยู่เป็นปกติอยู่แล้ว ต่อมาตนจึงได้มีแนวคิดเรียกกระแสของร้าน พร้อมกับมอบความสุขให้แก่ลูกค้า โดยให้ พี่แมน แต่งกายชุดซูเปอร์ฮีโร่ซิ่ง จยย.ส่งส้มตำ ผลปรากฏว่า เป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างมาก และทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอีกด้วย ซึ่ง
คาดว่าจะมีชุดซูเปอร์ฮีโร่อีกหลายชุดในอนาคต สุดท้ายนี้ลูกค้าท่านใดสนใจส้มตำรสแซ่บ แวะมาชิมได้ที่ร้าน ส้มตำไฮโซ ภาค 2 มีบริการสไปเดอร์ส้มตำแมน ส่งถึงบ้านติดต่อ 098-3941583, 090-9829743 ติดตามแฟนเพจได้ที่เฟซบุ๊ก ส้มตำไอโซ ภาค 2