ภาพสะเทือนใจ 2 ผัวเมียจีนกอดกันตาย

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQwMy8yMDE5MTk0L25ld3MwM18xLmpwZw==

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า เหตุภัยธรรมชาติรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่มณฑลเจียงซู เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนประชาชนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเกิดพายุหมุนทอร์นาโดพัดถล่มในหลายพื้นที่ อีกทั้งยังฝนตกชุกติดต่อกันหลายวัน ทำให้อาคารบ้านเรือนทรุดพังลงมา

ขณะที่สื่อท้องถิ่นของจีนได้เปิดเผยภาพสุดสะเทือนใจ ที่สร้างความเวทนาแก่สังคมออนไลน์ทั่วประเทศ ภาพของสามีภรรยาคู่หนึ่ง ถูกพบว่าเสียชีวิตอยู่ภายใต้ซากอาคารที่พังถล่มลงมา เนื่องจากแรงลมของพายุทอร์นาโดในเมืองหยานเชิง เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว โดยทั้งคู่เสียชีวิตอยู่ในท่ากอดกันตาย

เจ้าหน้าที่ทหารและอาสาสมัครกู้ภัยที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือและค้นหาผู้รอดชีวิตจากพายทอร์นาโดถล่มครั้งนี้ ได้เข้าสำรวจความเสียหายที่บ้านหลังหนึ่ง ที่หลงเหลือกลายเป็นซาก หลังคาปลิวหายไป กำแพงถล่มลงมาใส่ตัวบ้าน และเจอร่าง 2 สามีภรรยาเจ้าของบ้าน เสียชีวิตอยู่ใต้ซากอิฐ ฝ่ายสามีใช้ตัวบังภรรยาเอาไว้ในลักษณะกอดปกป้องจากด้านหลัง เป็นภาพสุดเวทนาของผู้พบเห็น

ทั้งนี้ ภาพสุดสะเทือนใจดังกล่าวยังถูกแชร์ส่งต่อในโลกโซเชียลมีเดียของเมืองจีน กลายเป็นประเด็นข่าวโด่งดัง กระทั่งพบว่าทั้งคู่เป็นคู่รักที่ร่วมต่อสู้ชีวิตด้วยกันมาอย่างยากลำบาก พวกเขาเคยผ่านทุกข์ผ่านสุขร่วมกันมาแล้วหลายปี มีลูกสาว 2 คน และลูกชาย 1 คน แต่ลูกชายก็มาเสียชีวิตไปก่อนวัยอันควร สามีภรรยาคู่นี้นับเป็นหนึ่งในเหยื่อจากภัยทอร์นาโดเมืองจีนถล่มครั้งนี้

ศาลนัดไต่สวนแพรวาทำงานสังคมคดีขับรถชนปี 53

ศาลนัดไต่สวน "แพรวา" ทำงานสังคมคดีขับรถชนปี 53

ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ถนนกำแพงเพชร นัดไต่สวนเกี่ยวกับการไปบำเพ็ญประโยชน์ทำงานบริการสังคมของ นางสาวอรชร หรือ แพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตเยาวชนซึ่งขับรถยนต์ฮอนด้าซีวิคเฉี่ยวชนรถตู้โดยสารสายธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต – หมอชิต บนทางยกระดับดอนเมืองโทลเวย์ เป็นเหตุให้คนขับรถตู้และผู้โดยสารเสียชีวิตรวม 9 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2553 และศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา โดยยืนโทษจำคุก 2 ปี แต่แก้โทษให้เพิ่มเวลารอลงอาญาจาก 3 ปี เป็น 4 ปี คุมประพฤติ 3 ปี พร้อมทั้งทำงานบริการสังคม จำนวน 140 ชั่วโมง ห้ามขับรถจนอายุ 25 ปี เมื่อปี 2557แต่จากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานคุม จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ที่ นางสาวแพรวา ต้องมารายงานตัวตามคำสั่งศาลพบว่าช่วง 3 ปี ที่ผ่านมา นางสาวแพรวา ไม่ได้ทำงานบริการสังคม โดนอ้างว่าติดเรียนหนังสือ แต่พบว่าเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นางสาวแพรวา ได้ส่งทนายความไปยื่นต่อศาลว่าได้ทำงานบริการสังคมไปแล้วจำนวน 90 ชั่วโมง โดยทำงานบริการสังคมที่โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ มีการลงนามรับรองเป็นเอกสารจากทางโรงพยาบาล และทนายความนำไปยื่นต่อศาล ซึ่งศาลได้สั่งให้ นางสาวแพรวา ติดต่อพนักงานคุมประพฤติเพื่อแจ้งการทำงานบริการสังคมที่เหลืออีก 30 ชั่วโมง เพราะกรมคุมประพฤติไม่เคยทราบเรื่องมาก่อนโดยในวันนี้ พันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ เดินทางมาศาลเพื่อให้ถ้อยคำในฐานะผู้ยื่นคำร้อง ขณะที่เยาวชนคนดังกล่าวเดินทางมาศาลด้วย ซึ่งศาลไม่อนุญาตให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในห้องพิจารณาคดี

คนหาดใหญ่แทบอ้วกเนื้อหมูชำแหละวางกับพื้น

คนหาดใหญ่แทบอ้วก! เนื้อหมูชำแหละวางกับพื้นตลาด

(16 มิ.ย.) ในโลกออนไลน์แชร์ภาพเนื้อหมูที่ถูกชำแหละแล้วจากโรงฆ่าสัตว์ วางบนพื้นที่น้ำเจิ่งนองเพื่อรอจำหน่ายให้กับผู้บริโภค บริเวณตลาดสดกิมหยง ภายในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาโดยหลังจากภาพถูกแชร์ออกไป ก็เป็นทีวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยหลายคนเรียกร้องให้ผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการอย่างจริงจัง โดยก่อนหน้าที่ตลาดแห่งหนึ่งในพื้นที่หาดใหญ่ ก็เคยตกเป็นข่าวเรื่องลอดช่องในถังสีมาแล้วด้าน รายการเรื่องเล่าเช้านี้รายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และให้ข้อเสนอแนะแก่ผู้ประกอบการเพื่อดูแลเรื่องสุขอนามัยของอาหารแล้ว โดยส่วนใหญ่เริ่มตื่นตัวมีการยกเนื้อสุกรที่่ชำแหละแล้วขึ้นบนเขียงแต่ยังมีผู้ประกอบการบางรายวางเนื้อสุกรบนทางเท้า โดยมีกระดาษลังลองเนื้อหมูเอาไว้ ซึงได้ตักเตือนและแนะนำให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนโรงชำแหละไหนที่ไม่มีความพร้อมอาจจะต้องใช้กฎหมายบังคับสั่งปิดตามนโยบายของอธิบดีกรมปศุสัตว์

ช่วยตายายพิการตาบอด ถูกนายทุนโกงที่ดิน

ช่วยตายายพิการตาบอด ถูกนายทุนโกงที่ดิน

พล.ท.ชูนล หาสารีสร ที่ปรึกษธรารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติรม และ นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร ผู้เชี่ยวชาญกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะทำงาน เดินทางไปที่สำนักงานยุติธรรม จ.เพชรบูรณ์ เพื่อหารือกับ นายธงชัย ทับทิมทอง ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ รองประธานคณะกรรมการยุติธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ และ นายวิโรจน์ โต๊ะทอง ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอหล่มสัก คณะกรรมการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อม นายภูมิสิทธิ์ เอื้อมบุญสุข ทนายกองทุนยุติธรรม ถึงแนวทางช่วยเหลือ นายสุเมธ และ นางโสภี สงคราม สองตายาย วัย 78 ปี ชาว ต.ดงขุย อ.ชนแดน ในด้านคดีความ ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งสองไปร้องความช่วยเหลือจากกระทรวงยุติธรรม กรณีถูกนายทุนแอบไถ่ถอนที่ดินเนื้อที่ 20 ไร่ ที่ทั้งสองนำไปจำนองกับนายทุนเงินกู้โดยไม่รู้ตัว โดยเจ้าหน้าที่ตรวจพบเอกสารการถ่ายเอกสารมีข้อพิรุธ

สำหรับ นายสุเมธ เป็นข้าราชการบำนาญประสบอุบัติเหตุจนตาพิการ ในขณะที่ นางโสภี ภรรยา ไม่รู้หนังสือและได้เอาที่ดินไปจำนองไว้ แต่ต่อมาทราบในภายหลังว่า ที่ดินได้ถูกขายต่อให้นายทุนอีกรายเรียบร้อยแล้ว กระทั่งทั้งสองเดินทางไปร้องเรียนที่กระทรวงยุติธรรม เพื่อขอความเป็นธรรม พร้อมขอความช่วยเหลือ ทั้งนี้ คณะ พล.ท.ชูนล และ นายเกิดโชค ยังเตรียมลงพื้นที่ ต.ดงขุย เพื่อพบสองตายายในวันพรุ่งนี้ด้วย

เผยโฉมรถไฟรุ่นใหม่ “ร.ฟ.ท.”เตรียมรับมอบชุดแรก 12 มิ.ย.นี้

เผยโฉมรถไฟรุ่นใหม่ "ร.ฟ.ท."เตรียมรับมอบชุดแรก 12 มิ.ย.นี้

วันนี้ (6 มิ.ย.2559) นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินโครงการจัดหารถโดยสารรุ่นใหม่เพื่อให้บริการในเชิงพาณิชย์ จำนวน 115 คัน ในวันที่ 12 มิ.ย.2559 ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมและรัฐบาล ในการมุ่งยกระดับการให้บริการของการรถไฟฯ

โดยจะได้รับรถโดยสารรุ่นใหม่ชุดแรก จำนวน 13 คัน จากคู่สัญญา บริษัท CNR (China CNR Corporation Limited) โดยในจำนวนรถโดยสารชุดแรกทั้ง 13 คัน แบ่งเป็นรถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 1 (บนอ.ป.) จำนวน 1 คัน รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่2 (บนท.ป.) 10 คัน รถโบกี้ขายอาหารปรับอากาศ (บกข.ป.) 1 คัน และรถกำลังไฟฟ้า (Power Car) 1 คัน โดยหลังจากมีการรับมอบรถโดยสารชุดแรกแล้ว การรถไฟฯ จะทยอยได้รับมอบรถโดยสารชุดต่อไปอย่างต่อเนื่องเดือนละ 2 ชุด จนครบ 115 คัน ในเดือน พ.ย.2559

ทั้งนี้ การรถไฟฯ มีแผนนำรถโดยสารชุดใหม่ทั้งหมด ไปเปิดเดินขบวนให้บริการเป็นขบวนรถด่วนพิเศษ 4 เส้นทาง ระหว่างสถานีกรุงเทพ-เชียงใหม่, อุบลราชธานี,หนองคาย และหาดใหญ่ ไป – กลับ วันละ 2 ขบวนต่อเส้นทาง รวม 8 ขบวน ซึ่งจะเปิดให้บริการได้ครบทั้ง 4 เส้นทาง ในปีงบประมาณ 2560

อย่างไรก็ตาม ขบวนรถดังกล่าวจะโดยวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 120 กม.ต่อชม.หากการก่อสร้างทางคู่แล้วเสร็จ สามารถถึงที่หมายปลายทางได้เร็วขึ้นเฉลี่ย 3 ชั่วโมง คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยประมาณปีละ 1.073 ล้านคน และก่อให้เกิดรายได้เฉลี่ยประมาณปีละ 1,250.9 ล้านบาท อัตราผลตอบแทนร้อยละ 11.0

การดำเนินโครงการจัดหารถโดยสารรุ่นใหม่ สำหรับบริการเชิงพาณิชย์ จำนวน 115 คัน ของการรถไฟฯ เป็นส่วนหนึ่งในแผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานระยะเร่งด่วนของการรถไฟฯ ปี 2553 – 2557 วงเงินลงทุนรวม 176,806.28 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี มติเห็นชอบเมื่อวันที่ 27 เม.ย.2553 ซึ่งการรถไฟฯได้ดำเนินการโครงการฯ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการมุ่งยกระดับบริการของการรถไฟฯ ให้เป็นที่พึ่งพิงของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกระดับ

นายวุฒิชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันรถโดยสารประเภทรถนอนปรับอากาศที่พ่วงให้บริการในขบวนรถต่างๆมีจำนวนไม่เพียงพอกับการใช้งาน ส่วนใหญ่มีอายุการใช้งานมานาน จึงมีสภาพค่อนข้างเก่าและอุปกรณ์บางส่วนชำรุด

ดังนั้นจึงปรังปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพในการให้บริการขนส่งผู้โดยสารเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะผู้โดยสารระดับกลางและระดับบนที่มีกำลังซื้อและต้องการความสะดวกสบายในการเดินทาง ตลอดเพื่อให้สอดคล้องกับแผนการก่อสร้างทางคู่ระยะเร่งด่วน

สำหรับรายละเอียดการจัดหารถโดยสารรุ่นใหม่ สำหรับบริการเชิงพาณิชย์ทั้ง 115 คัน แบ่งเป็น การจัดหารถพ่วงเป็นรถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่1 (บนอ.ป.) 9 คัน, รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่2 (บนท.ป.) 88 คัน ในจำนวนนี้มีรถสำหรับผู้พิการ 9 คัน, รถโบกี้ขายอาหารปรับอากาศ (บกข.ป.) 9 คัน และรถกำลังไฟฟ้า (Power Car) 9 คัน และในจำนวนทั้งหมดแบ่งเป็นรถสำหรับใช้งาน 104 คัน ส่วนอีก 11 คัน ใช้เป็นรถสำรอง รวมทั้งสิ้น 115 คัน

แค้นโดนไล่ตะเพิด แก๊งดมกาวยิงถล่มบ้าน

วันที่ 17 พ.ค.59 ร.ต.ท.ดนัย จันทร์กลั่น พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร รับแจ้งเหตุยิงกัน ที่บ้านเลขที่ 186/26 ซอย จรูญราษฎร์พัฒนา 5 หมู่ 9 ต.ตากแดด เขตเทศบาล อ.เมืองชุมพร จึงรายงานให้ ผู้บังคับบัญชาทราบ นำกำลังไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปนินทร โชติ พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ ร.ต.ท.กิตติวุฒิ แดงขวัญทอง ร้อยเวร 20 ร.อ.ธีรพร บุญซื่อ หน.ชป.ประจำพื้นที่ ร.มทบ.44 ชุมพร แพทย์เวร รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และหน่วยกู้ภัยสายชลชุมพร

ที่เกิดเหตุบนพื้นปูน หน้าบ้านไม้สองชั้นปลูกเป็นห้องแถวให้เช่าติดกัน 4 ห้อง พบศพหญิงสาวนุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีฟ้า นอนหงาย จมกองเลือดอยู่ ที่ขมับขวามีรอยกระสุน ขนาด 9 มม. เจาะทะลุขมับซ้าย เป็นรูโบ๋ 1 นัด ทราบว่าชื่อ น.ส.ธนัฐฐา หรือ พิม นครพัฒน์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 /3 หมู่ 10 ต.นาทุ่ง อ.เมือง จ.ชุมพร เป็นลูกสะใภ้ ของนายบุญเลียง หรือ จ่อย ศักดิ์กลาง อายุ 42 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งถูกกระสุนปืนชนิดเดียวกัน เข้าที่น่องซ้าย อาการสาหัส เพื่อนบ้านนำตัวส่ง รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ไปก่อนหน้านี้

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 3 ปลอก หัวกระสุนทองแดงชนิดเดียวกัน จำสอบสวนนายสมพร หรือ พร พรามนาเวศ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48/10 หมู่ 9 ต.ตากแดด อ.เมือง จ.ชุมพร ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุและเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า ตอนหัวค่ำขณะที่ตนเองกำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่ที่ม้านั่งหน้าบ้าน โดยมี นายบุญเลียง ศักดิ์กลาง เจ้าของบ้าน นั่งดื่มเบียร์ อยู่ใกล้กัน ส่วน น.ส.ธนัฐฐา นครพัฒน์ ผู้ตายนั่งอยู่บนพื้นปูนตรงกันข้ามกับตนห่างกันราว 3 เมตร ไม่นานก็เห็นกลุ่มวัยรุ่น 8 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 4 คัน มาจอดที่หน้าปากซอยบนถนนจรูญราษฎร์พัฒนา หลังจากนั้นก็มีชายวัยรุ่น 2 คน เดินเข้ามาในซอย ส่วนอีก 6 คนยืนรออยู่ที่หน้าปากซอย ห่างจากจุดเกิดเหตุราว 30 เมตร ก่อนมีเสียงปืนก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว เกือบ 10 นัด ตนเห็น น.ส.ธนัฐฐา ล้มลงนอนหงายเลือดไหลทะลักเสียชีวิตทันที ส่วนนายบุญเลียง ร้องโอ้ย บอกว่าถูกยิง ก่อนที่คนร้ายจะเดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่ปากซอยอย่างใจเย็น หลบหนีไปอย่างลอยนวล ตนจึงเรียกเพื่อนบ้านช่วยกันนำนายบุญเลียง ส่ง รพ.ชุมพรฯ

นายสมพร ให้การต่ออีกว่า สำหรับสาเหตุน่าจะมาจากเมื่อตอน 5 โมง ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุ มีกลุ่มวัยรุ่นเกือบ 10 คน ซึ่งเป็นเพื่อนของนายสงกรานต์ หรือโจ้ ศักดิ์กลาง ลูกชายนายบุญเลียง และเป็นสามีของ น.ส.ธนัฐฐา ผู้ตาย ได้พากันมามั่วสุมกินเหล้าดมกาวกันอยู่ที่ห้องเช่าของนายโจ้ ซึ่งอยู่ติดกัน และเกิดการทะเลาวิวาทกันในกลุ่มเพื่อนของนายโจ้ สร้างความไม่พอใจให้กับนายบุญเลียง ผู้เป็นพ่อ จึงออกปากไล่ตะเพิดวัยรุ่นกลุ่มนั้นออกไปจากบ้านของลูกชาย และสั่งห้ามไม่ให้กลับเข้ามาเหยียบอีก อาจสร้างความไม่พอใจให้กับวัยรุ่นกลุ่มนี้ก็เป็นได้ ก่อนจะพากันมายิงถล่มบ้าน แต่กระสุนพลาดจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ภคพล ทวิชศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร ซึ่งไปตรวจที่เกิดเหตุ กล่าวว่าจากการสอบสวนเบื้องต้นได้ตั้งประเด็นเรื่องความแค้นส่วนตัว สาเหตุมาจากการทะเลาะวิวาท ซึ่งจะได้รวบรวมพยานหลักฐานให้แน่ชัดอีกครั้งหนึ่งเพื่อออกหมายจับ และขณะนี้พอจะรู้ตัวคนลงมือก่อเหตุแล้ว ส่วนผู้ตายและผู้บาดเจ็บน่าจะถูกลูกหลง เพราะดูจากวิถีกระสุนคาดว่าคนร้ายน่าจะยิงมั่วๆ หรือตั้งใจมายิงนายโจ้ หรือเพื่อมาข่มขู่มากกว่า เพราะหลังเกิดเหตุ ตำรวจยังตามหานายโจ้ ไม่เจอ.นวน 2 หัว จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ผัวแข้งโหด เตะเมียตาย ชู้สาหัส!

วันที่ 3 มิ.ย. ที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.สิทธิพร ธารากุลทิพย์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.อาทิตย์ จันทา สว.สส.สภ. ร.ต.อ.บรรจง พาโคตร ร.ต.อ.วิเชียร คล้อยดี รอง สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายสำภาส วงวิจิตร อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 หมู่ 7 ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ จ 203/2559 ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2559 ข้อกล่าวหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย” โดยจับได้ที่ร้านคาราโอเกะไม่มีชื่อ ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี

พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 พ.ต.ท.ประยงค์ จอมสมสา สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ชีพ โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ว่ามีผู้บาดเจ็บถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย เข้ามารักษาและต่อมาได้เสียชีวิต 1 ราย จึงออกไปสอบสวน พบผู้ตายคือ น.ส.อังคนาง อัศจรรย์ อายุ 40 ปี ราษฎรหมู่ 4 บ้านโพนบก ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี ตามร่างกายมีรอยฟกช้ำ แพทย์ระบุเสียชีวิตเนื่องจากซี่โครงหักทิ่มปอด

ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัส เป็นชายอายุ 25 ปี ราษฎรหมู่ 2 ต.นางแดด อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ มีอาการสมองบวม เนื่องจากศีรษะได้รับการกระทบกระเทือน แพทย์ได้ทำการผ่าตัดสมอง ยังไม่สามารถให้การได้

สอบสวนญาติให้การว่า ผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายจนทั้งสองได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตคือ นายสำภาส สามี น.ส.อังคนาง เหตุเพราะหึงหวง หลังก่อเหตุได้หลบหนีไป โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 28 พฤษภาคม ที่บ้านเลขที่ 200/38 หมู่ 4 บ้านโพนบก ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ และตามไปจับกุมได้ในที่สุด

จากการสอบสวนนายสำภาส ให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นพ่อม่าย ทำงานก่อสร้าง มาพบรักกับ น.ส.อังคนาง ที่มาทำงานก่อสร้างด้วยกันและเป็นแม่ม่าย ตกลงอยู่กินกันฉันสามีภรรยาได้ 2 เดือน โดยอยู่บ้านผู้ตาย แต่ผู้ตายชอบดื่มเหล้าขาวหลังทำงาน มักจะชวนเพื่อนร่วมงานผู้ชายมาดื่มด้วย รวมทั้งนายอำนาจผู้บาดเจ็บ ทำให้ตนไม่พอใจ จนวันที่ 28 พฤษภาคม หลังเลิกงาน ผู้ตายไม่กลับบ้าน แต่ไปดื่มเหล้าที่บ้านพักคนงานกับผู้บาดเจ็บ ตนไม่เห็นเมียกลับบ้านจึงได้ไปตาม และนั่งดื่มด้วย สังเกตเห็นผู้ตายและผู้บาดเจ็บหยอกล้อต่อกระซิกกันต่อหน้าต่อตา ทำให้ตนไม่พอใจ แต่คิดว่าจะไปพูดคุยกับผู้บาดเจ็บภายหลัง

กระทั่งค่ำมืด ตนเห็นผู้ตายเมามากแล้ว จึงชวนผู้ตายกลับบ้าน ตนได้อาบน้ำให้ผู้ตายและพาเข้านอนแต่ไม่ได้สวมเสื้อผ้าให้ เพราะต้องการให้ผู้ตายนอนสบาย จากนั้นได้ไปซื้อเหล้าขาวตั้งใจจะไปนั่งดื่มกับผู้บาดเจ็บ เพื่อเคลียร์เรื่องเมียที่ยังคาใจ แต่เมื่อไปถึงบ้านพักคนงาน กลับไม่พบผู้บาดเจ็บ ตนจึงขี่รถจักรยานยนต์กลับไปบ้าน เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไป ก็พบผู้บาดเจ็บกำลังคร่อมอยู่บนร่างเมียตน ด้วยความโมโหจึงได้เข้าไปจับตัวผู้บาดเจ็บออกมา และเตะจนล้มลงพร้อมกับจับหัวโขกพื้นจนสลบ ส่วนผู้ตาย ตนเตะปลายคางจนสลบไปเช่นกัน จากนั้นได้หลบหนี และมาถูกจับกุมในที่สุด

“ใครจะทนเห็นภาพบาดตาบาดใจแบบนี้ได้ แต่ไม่ได้ตั้งใจฆ่าเมียและกิ๊กให้ตาย เพียงแต่โมโหจนหน้ามืดเท่านั้น ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมจะเดินหนี และไปทำใจ จะไม่ทำร้ายร่างกายทั้งสองคน” นายสำภาส กล่าว.

เชียงใหม่ฝนหนัก หลังทำพิธีบูชาเสาหลักเมือง

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 59 นายปวิณ ชำนิประศาสตร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อม นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ร่วมอัญเชิญ พระพุทธรูป พระเจ้าแสนห่า พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดช่างแต้ม ต.พระสิงห์ ซึ่งชาวเชียงใหม่ เชื่อมาแต่โบราณกาลว่า พระพุทธรูปฝนแสนห่าองค์นี้ มีพุทธานุภาพบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล โดยมีการอัญเชิญขึ้นสู่รถบุษบกที่งดงาม มีริ้วขบวนแบบล้านนาโบราณจากหัววัดและอำเภอต่างๆ เข้าร่วมขบวนแห่ ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาปรอยๆ ตลอดเส้นทางขบวนแห่ระยะทางกว่า 3 กม. เพื่อให้ประชาชนร่วมสรงน้ำ

จากนั้นนำมาประดิษฐานที่ซุ้มหน้าพระวิหารหลวงของวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ที่ตกแต่งอย่างงดงาม เพื่อให้ประชาชนสักการบูชาพร้อมสรงน้ำตลอด 7 วัน ที่มีการจัดงานบูชาเสาอินทขิล มีพิธีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล หรือเรียกว่าเสาหลักเมืองเชียงใหม่ ซึ่งชาวเชียงใหม่ ต้องมีพิธีสักการบูชาเสาอินทขิลเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 1 มิ.ย.

โดยเริ่มในวันแรม 3 ค่ำ เดือน 8 เรียกว่า วันเข้าอินทขิล และการเข้าอินทขิลจะมีไปจนถึงในวันขึ้น 4 ค่ำ เดือน 9 เป็นวันออกอินทขิล จึงเรียกว่า เดือน 8 เข้าเดือน 9 ออกการทำพิธีสักการบูชาเสาอินทขิล จะทำให้บ้านเมืองพ้นภัยพิบัติ ร่มเย็นเป็นสุข การทำพิธีบวงสรวงสักการบูชา จึงกลายเป็นประเพณีสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ หลังจากทำพิธีสรงน้ำพระพุทธรูปฝนแสนห่า ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักทั่วเมืองเชียงใหม่ นานนับชั่วโมง กระทั่งเวลา 19.30 น. ยังไม่มีท่าทีจะหยุด ทำให้หลายจุดของเชียงใหม่ มีน้ำท่วมขัง

พบกับพนันกีฬา คาสิโนออนไลน์ กับเราได้แล้ววันนี้ สมัครสมาชิกได้ง่ายๆ ให้ราคาดี มีพนักงานบริการตลอด 24 ชั่วโมง แทงบอลยูโร2016 อย่างมั่นใจ กับเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ การันตีด้วยฐานลูกค้านับหมื่น และประสบการณ์ ด้านบริการ พนันกีฬา แทงบอลยูโร คาสิโนออนไลน์